จัดวางเตียงอย่างไรให้นอนหลับง่ายสบาย

เตียง เป็นเครื่องเรือนชิ้นสำคัญที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ คุณลองนึกภาพก็ได้ว่าในวันๆหนึ่งคุณจำเป็นต้องใช้เวลาเยอะแค่ไหนสำหรับการนอน พัก

โดยเหตุนั้นเตียงก็เลยเป็นสถานที่ที่คุณใช้เวลามากยิ่งกว่าสถานที่อื่น รวมทั้งขณะที่อยู่บนเตียงคุณมักนอน เมื่อหลับแล้วจะอยู่ในสภาพการณ์ หยิน

ซึ่งจะก่อให้พวกเรามีความหวั่นไหวต่อพลังงานรอบกายมากเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าว  จัดวางเตียง   ของคุณก็เลยมีผลต่อตัวคุณ

 

โดยเหตุนี้คุณควรเอาใจใส่หัวข้อการจัดเตียงให้ถูกหลักฮวงจุ้ย หรือถ้าเกิดไม่อาจจะปรับปรุงได้ให้ปรับแต่งซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

  1. ตำแหน่งของการเป็นผู้สั่งการ พวกเราควรจะวางเตียงโดยใช้หลักของตำแหน่งผู้สั่งการเพราะว่ามันสามารถแลเห็นประตูห้องนอนได้ แต่ว่าคุณไม่สมควรจะให้ตำแหน่งประชันหน้ากับประตูแบบจัง ๆ เลย ซึ่งคุณอาจจะวางเตียงแบบเยื้อง ๆ หลบ ๆ หน่อย

 

  1. วางเตียงชมรมกับประตู นอกเหนือจากการวางเตียงแล้ว อีกต้นสายปลายเหตุหนึ่งที่ควรรอบคอบสำหรับเพื่อการวางเตียงเป็นการวางเตียงสมาคมกับประตูห้องนอน สิ่งที่ควรรอบคอบเป็นไม่สมควรเปิดประตูแล้วชนกับส่วนใดส่วนหนึ่งของเตียง อย่างเช่นหากเปิดประตูมาแล้วชนกับท่อนหัวนอนอาจจะส่งผลให้คุณปวดศีรษะ หรือถ้าหากประตูเปิดแล้วชนกับส่วนเท้า คุณอาจมีปัญหาเรื่องเท้าเมื่อเวลาผ่านไป รวมทั้งควรจะระวังไม่ให้เท้าชี้ไปที่ประตูโดยตรงเพราะเหตุว่ามันบอกถึงตำแหน่งโลง

 

  1. หัวเตียงชนกับฝาผนังทึบ จะตีความหายได้ว่าคุณจะได้รับการช่วยสนับสนุนจากผู้อื่นแม้กระนั้นเนื่องด้วยบางทีพวกเราบางครั้งอาจจะมองเห็นเตียงอยู่กึ่งกลางห้อง เท่ากับว่าเป็นเรื่องไม่ดี นอกจากนั้นไม่สมควรมีหน้าต่างอยู่ตรงหัวเตียง

 

  1. หัวเตียงชนกับฝาห้องนอน ควรจะเลี่ยงไม่ให้หัวเตียงชนกับฝาผนังน้ำ แม้กระนั้นถ้าเกิดหลีกเลี่ยงมิได้ให้ใช้กระจกตั้งที่ข้างหลังเตียงเพื่อขยายมุมมองของห้องนอนให้กว้างขึ้น

 

  1. พื้นที่ข้างเตียงทั้งสองฝั่ง สำหรับคนที่อายุมาก ๆ จะดีเยี่ยมหากเปิดไม่ให้ทั้งสองฝั่งมีอะไรมาขวางเปิดโล่งดีกว่า ซึ่งเสนอแนะว่าให้เว้นระยะไว้ราวๆ 18 นิ้ว แต่ว่าการที่ทำเตียงให้ด้านหนึ่งของการตั้งเตียงให้ด้านหนึ่งชนกับฝาผนัง เพราะว่าหากด้านใดด้านหนึ่งชิดกำแพงจะไม่บาลานซ์พลังระหว่างพลังหยิน หยาง

 

  1. เลี่ยงคาน สำหรับฮวงจุ้ยที่เยี่ยมที่สุดสำหรับการวางเตียงแล้ว ข้างบนเหนือเตียงของคุณไม่สมควรมีคาน ซึ่งถ้าหากไตร่ตรองหลักทางสถาปัตยกรรมคานเหนือเตียงนี้สามารถสร้างแรงกดดันให้กับคุณโดยไม่จำเป็น แม้หลีกเลี่ยงไม่ได้การปรับแต่งได้แก่การใช้ม่านเพื่อปกปิดรอบๆนั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ole777

จัดบ้านให้ได้บรรยากาศเทศกาลวันคริสต์มาส

เทศกาลวันคริสต์มาส ใกล้มาถึงเต็มที่ เพื่อนฝูงๆผู้คนจำนวนมากบางทีอาจกำลังมองหาไอเดียแต่งบ้านเพื่อต้อนรับวันคืนคริสมาสต์กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับบ้านหลังไหนที่มีต้นคริสมาสต์อยู่แล้วหรือแม้ยังไม่มี แม้กระนั้นถ้าหากปรารถนาตกแต่งบ้านต้อนรับงานเลี้ยงคริสต์มาสที่จะจัดขึ้นเร็ว

วันนี้ และก็ต้องการแต่งในแบบเรียบง่าย สบายๆแต่คงจะสเต็ปความสวยหรูเบาๆทดลองแต่งตามนี้สิขา บอกได้เลยนะว่าไม่ต้องลงทุนจ่ายตลาดตกแต่งให้สิ้นเปลืองเยอะแยะเลย

 

แน่ ๆ ว่าเมื่อคืนนี้วันคริสมาสต์มาถึง เพื่อนพ้องๆจำเป็นจะต้องตระเตรียมพื้นที่สำหรับการจัดเลี้ยงคบหาสมาคม

แต่อย่างไรก็ดี พวกเราจะลืมสิ่งจำเป็นสุดพิเศษไปมิได้เลยก็คือต้นคริสมาสต์นั่นเอง โดยเหตุนั้น เพียงแค่มีต้นคริสมาสต์เล็ก ๆ สักต้นวางในตำแหน่งใดก็ได้ที่เหมาะสมเท่านี้ก็งามเก๋พอได้แล้ว

ไม่ต้องจับจ่ายซื้อของตกแต่งให้สิ้นเปลืองเยอะแยะ เพียงแต่มีลูกบอลตกแต่งต้นคริสมาสต์เล็กๆอย่างนี้ เอามาแต่งแต้มตกแต่งต้นคริสมาสต์หรือสิ่งต่างๆที่พวกเราปรารถนาแขวนประดับประดาก็งามประสานรับกับกลิ่นวันคริสมาสต์เจริญแล้ว

 

หากใครกันแน่ถ้าเกิดระดายวางต้นคริสต์มาสงาม ๆ มิได้ การนำผ้าสีแดงมาหุ้มรอบกระถางต้นไว้อย่างนี้ นับว่าเป็นไอเดียสุดแจ๋วที่ตัดกันกับต้นคริสมาสต์สีเขียวเข้มๆซึ่งกับวันเทศกาลนี้เจริญทีเดียว

 

ด้านในห้องรับแขกอันโปร่งเตียน พื้นที่อย่างงี้มันบางครั้งอาจจะซ้ำซากและก็จืดจางเหลือเกิน ทดลองหาต้นคริสต์มาสมาตั้งวางบนโต๊ะหรือนำกระถางของต้นมาวางด้านข้างโต๊ะสำหรับจัดเก็บของตั้งโชว์ของบ้าน อย่างไรก็งามเก็หรูหรากับเทศกาลในแบบหรูๆแล้วจ้ะ

 

ฝาผนังบ้านสีขาวที่ราบเรียบ ถ้าเกิดว่าไม่มีภาพติดฝาผนังบ้านยิ่งดีเลย จุดนี้สมควรที่จะหาบานประตูไม้เก่าๆสักบานมาตั้งอิงไว้ นำสายแขวนของลูกฟุตบอลคริสมาสต์มาติดตกแต่ง

พร้อมตั้งกระถางต้นคริสมาสต์ด้านข้างรวมทั้งมีเก้าอี้สีขาวสบายตามาตั้งเพื่อแขกมานั่งอิงพักเอกเขนกอีกสักตัวสองตัว ว้าวมันได้บรรยากาศเริดสุดๆเลย

 

แม้มีต้นคริสมาสต์ต้นใหญ่และก็สูงอีกสักหน่อย จุดนี้พอดิบพอดีเลยล่ะจ้ะที่จะจำต้องต้นคริสมาสต์ไว้ด้านข้างแล้วก็ลักษณะเด่นอยู่ที่กระเช้าหวาย

ซึ่งประยุกต์ใช้เป็นไอเดียแทนกระถางต้นอันแสนเก๋รวมทั้งมีสไตล์ไม่ซ้ำแบบผู้ใดกัน ถ้าบ้านของคุณมีมุมจิ๊บกาแฟหรือมุมนั่งพักผ่อนที่โปร่งกว้าง มีแสงสว่างจากธรรมชาติส่องจะยิ่งทำให้เสมือนบรรยากาศแห่งวันคริสต์มาสได้ มาพร้อมซานต้าที่จะรอนำของขวัญมามอบให้อย่างแท้จริงเลยล่ะ

 

สนับสนุนบทความนี้โดย  huaydee

การเอาตัวรอดที่ควรสอนเด็กๆตั้งสติระวังเหตุร้ายในทุกสถานการณ์

เด็ก ๆ เป็นกลุ่มที่เปราะบางและมีโอกาสเผชิญกับอันตรายในชีวิตประจำวันโดยไม่ทันตั้งตัว การสอนให้พวกเขารู้จักการเอาตัวรอดและตั้งสติเมื่อเกิดเหตุร้ายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์อันตรายได้อย่างมาก 

  1. สอนให้ตั้งสติและไม่ตื่นตระหนก

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น หลงทาง ไฟไหม้ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ เด็ก ๆ อาจเกิดความตกใจและไม่รู้จะทำอย่างไร สิ่งแรกที่ต้องสอนคือการ “ตั้งสติ” โดยบอกให้เด็กหายใจลึก ๆ คิดให้รอบคอบ และไม่วิ่งหนีโดยไม่มีเป้าหมาย เพราะการตกใจเกินไปอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้

 

  1. สอนให้รู้จักขอความช่วยเหลือ

เด็กควรรู้ว่าเมื่อเกิดอันตรายสามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้บ้าง เช่น พ่อแม่ คุณครู เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ นอกจากนี้ ควรสอนให้เด็กจดจำหมายเลขฉุกเฉิน เช่น 191 (ตำรวจ), 1669 (หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน) และ 199 (ดับเพลิง) รวมถึงให้ฝึกพูดขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจน เช่น “หนูหลงทางค่ะ/ครับ ช่วยพาหนูไปหาพ่อแม่ด้วย”

 

  1. สอนให้รู้จักป้องกันตัวเองจากคนแปลกหน้า

เด็กควรเข้าใจว่าคนแปลกหน้าบางคนอาจมีเจตนาไม่ดี เช่น ล่อลวงไปในที่เปลี่ยวหรือใช้ของเล่น ขนม หรือเงินมาหลอกล่อ ควรสอนให้เด็กไม่รับของจากคนแปลกหน้า และหากรู้สึกไม่ปลอดภัยให้ตะโกนขอความช่วยเหลือหรือวิ่งไปหาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ทันที

 

  1. สอนให้รู้จักการเอาตัวรอดในเหตุการณ์ต่าง ๆ

– หากเกิดไฟไหม้: ให้สอนเด็กว่าต้องหมอบต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงควันไฟ และใช้ผ้าเปียวนำมาปิดจมูกเพื่อช่วยหายใจ ควรมองหาทางออกที่ปลอดภัยและไม่ใช้ลิฟต์

– หากหลงทาง: ควรหยุดอยู่ที่เดิม อย่าพยายามเดินไปเอง และมองหาคนที่สามารถช่วยเหลือได้ เช่น เจ้าหน้าที่หรือพนักงานร้านค้า

– หากถูกลักพาตัว: ให้พยายามตะโกนสุดเสียง ขัดขืน และหาทางหนีโดยเร็วที่สุด เช่น ถีบ เตะ หรือกัดเพื่อให้คนร้ายปล่อยตัว

 

  1. สอนให้รู้จักสังเกตสิ่งผิดปกติ

เด็กควรได้รับการฝึกให้สังเกตสิ่งรอบตัว เช่น มีใครเดินตามหรือมีคนขับรถชะลอรถใกล้ ๆ หรือไม่ รวมถึงฝึกให้รู้จักเส้นทางที่ปลอดภัย เช่น ทางกลับบ้าน หรือจุดปลอดภัยในโรงเรียน

 

  1. สอนให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

หากเด็กโตพอที่จะใช้โทรศัพท์มือถือ ควรสอนให้ใช้แอปพลิเคชันติดตามตำแหน่ง แชร์โลเคชันกับพ่อแม่ หรือโทรหาหมายเลขฉุกเฉินเมื่อจำเป็น นอกจากนี้ ควรสอนให้ใช้โซเชียลมีเดียอย่างปลอดภัย ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้า

การเอาตัวรอดที่ควรสอนเด็กๆ ในสถานการณ์อันตรายไม่ใช่เรื่องที่ทำเพียงครั้งเดียว แต่ควรปลูกฝังเป็นนิสัยเพื่อให้เกิดการจดจำและนำไปใช้ได้จริง

การฝึกซ้อมเหตุการณ์จำลองกับเด็กเป็นประจำจะช่วยให้พวกเขาพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้พวกเขาเติบโตอย่างปลอดภัยและมีสติในทุกสถานการณ์

 

สนับสนุนบทความเนื้อโดย      ole777

ช็อตเด็ด คนเอ็นดู ชมพู่ พรพรรณ ทั้งสนาม 

         ช็อตเด็ด คนเอ็นดู ชมพู่ พรพรรณ ทั้งสนาม   เมื่อวันที่ 17 เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา  นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิง ชาวไทย ได้มีการเดินทางไปที่ประเทศฟิลิปปินส์ 

เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ ลีก 2022  ซึ่งมีการจัดขึ้นที่กรุงมะนิลา  โดยการแข่งขันในครั้งนี้นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงไทยต้องเจอกับทีมวอลเลย์บอลหญิงของประเทศญี่ปุ่น  

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการแข่งขันจบลงนั้น ปรากฏว่าวอลเลย์บอลหญิงไทยนั้นพ่ายแพ้ให้กับทีมของวอลเลย์บอลหญิงของประเทศญี่ปุ่นแบบราบคาบขาดลอย ด้วยคะแนน 0 ประตูต่อ 3 เซตเลยทีเดียว

         อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า วอลเล่ย์บอลหญิงไทยจะแพ้แต่ก็ได้รับกำลังใจจากบรรดาแฟนบอลชาวไทยอย่างล้นหลาม 

นอกจากนี้ในระหว่างที่มีการแข่งขันวอลเลย์บอลกันอยู่นั้น ก็มีโมเม้นน่ารักน่ารัก ที่บรรดาแฟนวอลเลย์บอลหญิงนั้นต่างก็พูดถึงกันเป็นอย่างมาก เกิดกระแสแชร์กันในโลกออนไลน์มากเลยทีเดียว 

        สำหรับเด็กที่มีการพูดถึงและแชร์กันต่อไปเป็นจำนวนมากเป็นโมเม้น ที่นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงเบอร์ 3 ของไทย

ซึ่งก็คือชมพู่ พรพรรณ ได้มีการรับลูกวอลเลย์บอลมาจากเพื่อน   โดยชมพู่นั้นเมื่อได้ลูกบอลมาแล้วก็มีการตั้งค่าเล็งที่จะตีลูกบอลไปยังฝั่งตรงข้าม 

อย่างไรก็ตามปรากฏว่าการเล็กลูกวอลเล่ย์บอลในครั้งนี้ของชมพู่นั้นเกิดความผิดพลาด   เนื่องจากมีการเล็งผิดแทนที่ลูกวอลเลย์บอลจะไปตกยังฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นฝั่งของประเทศญี่ปุ่นปรากฏว่าลูกวอลเลย์บอลที่ชมพู่มีการตีเป็นนั้นดังพุ่งไปใส่กรรมการ 

ซึ่งกรรมการคนดังกล่าวกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันอยู่ข้างสนามจึงรับลูกวอลเลย์บอลจากชมพู่ไปเต็มๆ 

          สิ่งที่ทำให้ทุกคนพูดถึงเกิดความประทับใจและเกิดเสียงหัวเราะ นั่นก็คือหลังจากที่ชมพู่ ตีลูกวอลเลย์บอลพุ่งไปยังกรรมการเจ้าตัวก็รีบยกมือขอโทษทันที  ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมที่ดีของไทย   นอกจากนี้ ชมพู่ พรพรรณ ยังเดินเข้าไปหากรรมการ คนที่โดนลูกวอลเลย์บอล

พร้อมทั้งสะกิดเรียกและยกมือไหว้ขอโทษอีกครั้งนึงอีกด้วย  โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งสนามแม้แต่คนพากย์กีฬาในสนามนั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูชมพู่ เลยทีเดียว 

          สำหรับเหตุการณ์ที่นักกีฬาวอลเลย์บอลอาจจะมีการตีลูกหลุดออกไปข้างสนามซึ่งอาจจะไปโดนกรรมการข้างสนามหรือแม้แต่การตีลูกในสนามแต่ลูกวอลเลย์บอลอาจจะไปโดนใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม  ปรากฏการณ์แบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

หรืออาจจะกล่าวได้ว่ามีทุกครั้งที่มีการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลเลยก็ว่าได้ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครถือสาเนื่องจากว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้และเมื่อทำผิดแล้วขอโทษทุกคนก็พร้อมที่จะให้อภัยเช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย      หวยดี

ประวัติความเป็นมาของ Aston Martin  

Aston Martin เป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบหรูหราและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ก่อตั้งขึ้นในปี 1913 โดย ลิโอเนล มาร์ติน และ โรเบิร์ต แบมฟอร์ด

ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรถยนต์สปอร์ตระดับพรีเมียม Aston Martin ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและความคลาสสิกที่ผสานกับสมรรถนะเหนือชั้น ซึ่งยังคงเป็นที่ยอมรับมาจนถึงปัจจุบัน  

 

จุดเริ่มต้นของ Aston Martin  

แบรนด์ Aston Martin เกิดขึ้นจากความหลงใหลในรถยนต์และการแข่งรถของ ลิโอเนล มาร์ติน ซึ่งเป็นนักแข่งรถผู้มีประสบการณ์ ร่วมกับ โรเบิร์ต แบมฟอร์ด ทั้งคู่ได้ก่อตั้งบริษัท Bamford & Martin Ltd. ในปี 1913

เพื่อจำหน่ายและซ่อมรถยนต์ Singer และยี่ห้ออื่น ๆ ในกรุงลอนดอน ต่อมา ลิโอเนล มาร์ติน ตัดสินใจที่จะสร้างรถยนต์ของตัวเอง โดยนำชื่อ Aston มาจากชื่อสนามแข่ง Aston Hill Climbซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาประสบความสำเร็จในการแข่งขัน และผสานกับนามสกุลของเขา จนเกิดเป็นชื่อ Aston Martin  

 

รถยนต์คันแรกของแบรนด์ถูกสร้างขึ้นในปี 1915 โดยใช้เครื่องยนต์ Coventry-Simplex และตัวถังที่ออกแบบเอง

อย่างไรก็ตาม การผลิตรถต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลังสงคราม บริษัทต้องเริ่มต้นใหม่ และได้เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ในช่วงต้นทศวรรษ 1920  

 

Aston Martin ประสบปัญหาทางการเงินหลายครั้งในช่วงทศวรรษ 1920 และ 1930 จนต้องเปลี่ยนมือเจ้าของหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม บริษัทกลับมาแข็งแกร่งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ภายใต้การบริหารของ เดวิด บราวน์ ในปี 1947 David Brown เข้าซื้อกิจการและเปลี่ยนชื่อรถยนต์รุ่นต่าง ๆ เป็น DB Series โดยรถรุ่น DB2, DB4, และ DB5 ได้รับความนิยมอย่างมากและกลายเป็นรุ่นที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Aston Martin  

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ DB5 เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คือการปรากฏตัวในภาพยนตร์ James Bond เรื่อง Goldfinger ในปี 1964

ซึ่งทำให้แบรนด์ Aston Martin กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความน่าตื่นเต้น  

ในช่วงทศวรรษ 1960 Aston Martin ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์หรูระดับโลก แต่บริษัทก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายทางการเงิน จนต้องเปลี่ยนมือเจ้าของหลายครั้ง ในปี 2007

Aston Martin ได้กลายเป็นบริษัทเอกชนอีกครั้ง ภายใต้การนำของกลุ่มนักลงทุนชาวอังกฤษและคูเวต ซึ่งช่วยให้บริษัทกลับมาเติบโตอีกครั้ง  

 

Aston Martin ยังคงรักษาเอกลักษณ์ในด้านการออกแบบที่หรูหราและความประณีต โดยมีรถรุ่นเด่นในปัจจุบัน เช่น Vantage, DB11, DBS Superleggera, และ Valhalla ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความหรูหราแบบดั้งเดิม  

 

ในปี 2018 Aston Martin ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน และยังขยายสู่การพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อรองรับตลาดในอนาคต นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวรถ SUV รุ่นแรกของบริษัท Aston Martin DBX ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดี  

Aston Martin เป็นแบรนด์ที่สะท้อนถึงความงดงามของการออกแบบยานยนต์ ความคลาสสิก และความท้าทายในสมรรถนะ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จนถึงการเป็นแบรนด์ระดับโลก รถยนต์ Aston Martin ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามที่เหนือกาลเวลา

 

สนับสนุนโดย      หวยดี

ธุรกิจการทำสโตดิโอถ่ายภาพ

ธุรกิจการทำสตูดิโอถ่ายภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและความต้องการสูงในยุคปัจจุบัน เนื่องจากความนิยมในการถ่ายภาพเพื่อบันทึกความทรงจำที่สำคัญ

และความจำเป็นในการใช้ภาพเพื่อการตลาด การโฆษณา และโซเชียลมีเดีย ในบทความนี้จะกล่าวถึงองค์ประกอบที่สำคัญของการทำธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพ ตั้งแต่การเริ่มต้น การวางแผนธุรกิจ การดำเนินการ และการทำตลาดอย่างละเอียด

 

การเริ่มต้นธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพต้องเริ่มจากการวางแผนธุรกิจที่ครอบคลุมหลายด้าน

เริ่มจากการศึกษาตลาดเป้าหมายเพื่อให้เข้าใจถึงกลุ่มลูกค้าที่จะให้บริการ เช่น ครอบครัว คู่รัก นางแบบ นายแบบ หรือบริษัทที่ต้องการถ่ายภาพโปรโมทสินค้า

จากนั้นกำหนดประเภทการถ่ายภาพที่ต้องการเน้น เช่น ภาพบุคคล ภาพสินค้า ภาพงานแต่งงาน หรือการถ่ายภาพเพื่อการโฆษณา ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องสัมพันธ์กับทักษะและความถนัดของช่างภาพ

 

การเลือกสถานที่ตั้งสตูดิโอก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องคำนึงถึงการเข้าถึงของลูกค้า รวมถึงพื้นที่ที่เพียงพอสำหรับการจัดเตรียมอุปกรณ์ถ่ายภาพ

ฉากหลัง และการตกแต่งสตูดิโอให้สวยงาม นอกจากนี้ การมีห้องแต่งตัวสำหรับลูกค้า และการจัดแสงที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างประสบการณ์ที่ดี

 

ธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพต้องการอุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีคุณภาพ เช่น กล้องที่มีความละเอียดสูง เลนส์หลากหลายประเภท

รวมถึงอุปกรณ์จัดแสง เช่น ไฟสตูดิโอ รีเฟล็กเตอร์ และขาตั้งกล้อง นอกจากนี้ การมีฉากหลังที่หลากหลาย และอุปกรณ์เสริม เช่น ชุดและพร็อพสำหรับการถ่ายภาพ จะช่วยสร้างมิติในการถ่ายภาพให้หลากหลายมากขึ้น

การลงทุนในซอฟต์แวร์สำหรับการแต่งภาพก็เป็นสิ่งสำคัญ โปรแกรมเช่น Adobe Photoshop หรือ Lightroom

จะช่วยในการปรับแต่งภาพให้มีความสวยงามและมืออาชีพมากขึ้น การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วและประสิทธิภาพสูงในการประมวลผลภาพก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา

 

หลังจากเตรียมอุปกรณ์และสถานที่แล้ว การบริหารจัดการธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ การตั้งราคาให้เหมาะสมกับตลาดเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ

ควรศึกษาราคาของคู่แข่งในพื้นที่และตั้งราคาที่สมเหตุสมผล นอกจากนี้ การให้บริการลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการซ้ำ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตและขยายฐานลูกค้าได้

 

การมีพนักงานที่มีทักษะในด้านการถ่ายภาพและการแต่งภาพก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หากเป็นไปได้ ควรจ้างช่างภาพที่มีประสบการณ์และสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในยุคดิจิทัล การทำตลาดออนไลน์มีความสำคัญอย่างมากสำหรับธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพ

การสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามและแสดงผลงานถ่ายภาพเป็นวิธีที่ดีในการดึงดูดลูกค้า นอกจากนี้ การใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram หรือ TikTok ในการแสดงผลงานถ่ายภาพและโปรโมชั่น จะช่วยเพิ่มการมองเห็นของธุรกิจ

 

อีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจคือการทำการตลาดผ่านการร่วมงานกับบล็อกเกอร์ นางแบบ หรืออินฟลูเอนเซอร์ เพื่อให้พวกเขาโปรโมทสตูดิโอถ่ายภาพ นอกจากนี้ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าหรือการจัดกิจกรรมถ่ายภาพฟรีในชุมชนก็เป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มฐานลูกค้าและสร้างการรับรู้ในท้องถิ่น

 

ธุรกิจการทำสตูดิโอถ่ายภาพเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะทางเทคนิค และการบริหารจัดการที่ดี เพื่อสร้างรายได้และความยั่งยืนในการทำธุรกิจ

ความสำเร็จของธุรกิจนี้อยู่ที่การให้บริการที่ดี การสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการต่อไป

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย      alpha88 ทางเข้า

ธุรกิจร้านถ่ายภาพ

การทำธุรกิจร้านถ่ายภาพเป็นงานที่น่าสนใจและสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการที่มีความชื่นชอบในการถ่ายภาพ

โดยเฉพาะในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญ การถ่ายภาพคุณภาพสูงสำหรับงานแต่งงาน งานสำคัญต่างๆ

หรือการถ่ายภาพเพื่อโปรโมตสินค้าและบริการกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้คนให้ความสำคัญมากขึ้น การเริ่มต้นธุรกิจร้านถ่ายภาพจำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมตัวอย่างดีเพื่อความสำเร็จในระยะยาว

  1. การเลือกประเภทของธุรกิจถ่ายภาพ

ผู้ประกอบการต้องพิจารณาประเภทของการถ่ายภาพที่ต้องการเน้น เช่น การถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง งานแต่งงาน ถ่ายภาพครอบครัว ถ่ายภาพพอร์ตเทรต หรือถ่ายภาพสินค้าเพื่อการโฆษณา การเลือกกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการตลาดและการสร้างแบรนด์ได้ตรงจุด

 

  1. การลงทุนในอุปกรณ์ถ่ายภาพ

การเริ่มต้นธุรกิจร้านถ่ายภาพจำเป็นต้องลงทุนในอุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีคุณภาพ เช่น กล้อง DSLR หรือ Mirrorless ที่มีความละเอียดสูง เลนส์ที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพหลายรูปแบบ เช่น เลนส์สำหรับถ่ายภาพพอร์ตเทรต เลนส์มุมกว้าง

สำหรับงานอีเวนต์ หรือเลนส์มาโครสำหรับการถ่ายภาพสินค้า อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ขาดไม่ได้คือไฟสตูดิโอ ขาตั้งกล้อง และโปรแกรมสำหรับการปรับแต่งภาพ เช่น Adobe Photoshop และ Lightroom

 

  1. การสร้างสตูดิโอ

การมีสตูดิโอเป็นของตนเองสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ การตกแต่งสตูดิโอให้สวยงาม และสร้างบรรยากาศที่เป็นมืออาชีพสามารถเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับลูกค้าได้

การมีฉากหลังที่หลากหลายและสามารถปรับเปลี่ยนได้จะช่วยให้ลูกค้าได้ภาพที่หลากหลายตามที่ต้องการ นอกจากนี้ สถานที่ตั้งสตูดิโอก็สำคัญ ควรเลือกที่ตั้งในทำเลที่สะดวกต่อการเข้าถึงของลูกค้า

 

  1. การสร้างผลงานและพอร์ตโฟลิโอ

การสร้างพอร์ตโฟลิโอเป็นส่วนสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจร้านถ่ายภาพ การแสดงผลงานที่ผ่านมาจะช่วยให้ลูกค้าเห็นสไตล์และคุณภาพของภาพถ่าย

การโปรโมตผลงานผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม เป็นวิธีที่ดีในการดึงดูดลูกค้าใหม่

นอกจากนี้ การนำเสนอผลงานในรูปแบบของบล็อกหรือบทความเกี่ยวกับการถ่ายภาพก็ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน

 

  1. การบริหารจัดการธุรกิจ

การบริหารจัดการธุรกิจร้านถ่ายภาพจำเป็นต้องมีทักษะทางด้านการจัดการที่ดี ตั้งแต่การจัดการต้นทุน การวางแผนการเงิน และการจัดการเวลาเพื่อรับงานให้ได้มากที่สุด

คุณควรมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อกำหนดเป้าหมายและการทำกำไรในระยะยาว รวมถึงการทำสัญญากับลูกค้าในทุกงานเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

  1. การตลาดและการสร้างเครือข่าย

การตลาดเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างฐานลูกค้า การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อโปรโมตผลงานและบริการสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าร่วมงานแฟร์ งานอีเวนต์ หรือการทำโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าเป็นวิธีที่ดีในการขยายฐานลูกค้า

นอกจากนี้ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ารวมถึงการสร้างเครือข่ายกับช่างภาพคนอื่น ๆ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้เร็วขึ้น

 

  1. การพัฒนาทักษะ

การพัฒนาทักษะในการถ่ายภาพและการใช้อุปกรณ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง การเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ

ผ่านการอบรมหรือการเข้าร่วมชุมชนออนไลน์ของช่างภาพจะช่วยพัฒนาฝีมือของคุณและเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ

 

ธุรกิจร้านถ่ายภาพเป็นธุรกิจที่ต้องการความสามารถทางด้านศิลปะ ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี และการตลาดอย่างครบถ้วน

การมีอุปกรณ์ที่ดี การจัดการที่เป็นระบบ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าคือกุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาว

 

สนับสนุนโดย    alpha888

3 เทคนิคเล่นเกมอย่างไรไม่ให้เสียงาน

เนื่องจากการเล่นเกม เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังเป็นกิจกรรมที่หลาย ๆ คนนั้นหันมาให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากอีกด้วย

ซึ่งต้องบอกก่อนว่าการเล่นเกมนั้น เป็นกิจกรรมที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่มุมมองของแต่ละบุคคลด้วย ว่าหากเราเราเล่นเกมอย่างเหมาะสมการเล่นเกมก็อาจเกิดประโยชนืดี ๆ ต่อร่างกายของเราได้

เพราะโดยทั่วไปแล้วการเล่นเกม ก็นับเป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์ เพราะไม่เพียงแค่ช่วยบรรเทาความเครียด ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย แต่การเล่นเกมยังสามารถช่วยฝึกทักษะต่าง ๆ ช่วยฝึกภาษา ช่วยสร้างความสุข ความสนุกสนานให้กับหลาย ๆ คนได้

แต่หากใครที่หักโหม หรือเล่นเกมมากจนเกินไปนั้น การเล่นเกมก็อาจส่งผลกระทบ และส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้เช่นกัน

ฉะนั้น เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ เสพติดการเล่นเกมกันเนอย่างมาก จนทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในประจำวัน หรือบางคนอาจจะเสียงานเสียการได้ ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะ

วันนี้   เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว     เราจะมาแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณเล่นเกมอย่างสนุกสนาน แถมยังไม่เสียงานสียการอีกด้วย จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 

  • การตั้งเป้าหมาย

รู้หรือไม่ว่าก่อนที่เราจะลงมือทำอะไรสังอย่างสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจน

เพราะหากเรามีเป้าหมาย เราก็จะสามารถทำสิ่งนั้นให้ง่ายได้ การเล่นเกมก็เล่นกัน หากเราอยากเล่นเกมให้เกิดประโยชน์ และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อร่างกาย เราควรที่จะตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน หากเราทำมันสำเร็จ การเล่นเกมก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเรานั่นเอง 

 

  • การมองหาเกมที่เหมาะสม

เนื่องจากเกมในสมัยปัจจุบันนี้มีมากมายหลากหลายรูปแบบ หากใครที่อยากเล่นเกมให้เกิดประโยชน์ และไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต

ขอบอกเลยว่า การที่เราเลือกเกมให้มีความเหมาะสม ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม อีกทั้งยังทำให้เรานั้นไม่เอาการเล่นเกมเป็นที่หนึ่ง จนทำให้การเรียน การทำงานนั้นเสียได้ 

 

  • การรู้จักแบ่งเวลา

ไม่ว่าเราจะทำงานหนักมากขนาดไหนก็ตาม หรือเครียดกับการทำงานหนักมากขนาดไหนก็ตาม เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเลือกเกมเป้นกิจกรรมที่ช่วยบรรเทาความเครียด

แต่ทว่าการเล่นเกมถึงแม้จะเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยบรรเทาความเครียด แต่เราก็ไม่ควรที่จะเล่นเยอะ หรือเล่นมากจนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราได้

ซึ่งทางที่การเล่นเกมให้เกิดประโยชน์ เราก็ควรที่จะเล่นในเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำงาน แถมยังสามารถช่วยบรรเทาความเครียดจากการทำงานได้อีกด้วย 

ประกันบ้านที่มาควบคู่กับการขอสินเชื่อ

หลังจากที่เราดำเนินการเรื่องบ้านเมื่อกู้ซื้อบ้าน สิ่งต่อมาที่ควรจะพิจารณาต่อมาคือการทำประกันบ้าน

เพื่อคุ้มครองบ้านจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าสำหรับเพื่อการกู้ซื้อบ้านจะต้องทำการซื้อประกันบ้านไฟไหม้ตามกฎเกณฑ์ของข้อบังคับ เนื่องจากสำหรับการขอสินเชื่อบ้านจากแบงค์จำเป็นที่จะต้องนำบ้านมาเป็นหลักทรัพย์สมบัติรับรอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวแบงค์จะให้ผู้ขอกู้ทำหรือซื้อประกันไฟไหม้เพื่อคุ้มครองปกป้องความเสื่อมโทรมที่บางทีอาจเกิดขึ้น

 

สำหรับเพื่อการทำทำสัญญาประกันภัยคุ้มครองบ้านก่อนดำเนินการเรื่องขอกู้บ้าน ผู้ขอกู้สามารถเลือกทำสัญญาประกันภัยไฟไหม้กับแบงค์ได้โดยตรงหรือสามารถทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทสัญญาประกันภัยรายอื่น ๆ ก็ได้

โดยสำหรับในการทำสัญญาประกันภัยควรต้องเจาะจงเนื้อหาในกรมธรรม์ให้แบงค์ที่ปลดปล่อยกู้เป็นคนรับผลตอบแทน จำต้องนำส่งกรมธรรม์ก่อนวันเบิกรับเงินกู้

รวมทั้งจำเป็นต้องทำรับรองบ้านอย่างสม่ำเสมอกระทั่งจะผ่อนสินเชื่อจนถึงหมดครบคำสัญญา ซึ่งควรที่จะเลือกทำรับรองไฟไหม้ที่มีทุนดูแลคุ้มครองไม่ต่ำลงยิ่งกว่าราคาประเมินหรือเปล่าต่ำยิ่งกว่า 70% ของค่าเงินที่จริงจริง 

 

โดยปกติสัญญาประกันภัยคุ้มครองไฟไหม้ที่จำต้องทำก่อนกู้ซื้อบ้านจะป้องกันในส่วนของตัวบ้านเพียงแค่นั้น ไม่รวมการปกป้องคุ้มครองเงินด้านในภายบ้าน ความคุ้มครองปกป้องหลักจะทดแทนความทรุดโทรมจากภัยสำคัญ ๆ

ยกตัวอย่างเช่น ภัยไฟเผา ภัยจากฟ้าผ่า ภัยระเบิด ภัยจากการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยยานพาหนะหรืออากาศยาน ภัยจากน้ำ ตัวอย่างเช่น ท่อน้ำน้ำประปารั่ว

หลังคารั่วน้ำฝนไหลเข้ามาในบ้าน เว้นเสียแต่การเสี่ยงจากภัยสำคัญ ๆ แล้วยังมีเหตุคิดไม่ถึงที่บางทีอาจเกิดขึ้นกับบ้านอีกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ อย่างน้ำหลาก ล่มลมพายุ แผ่นดินไหว ลูกเห็บ อื่น ๆ อีกมากมาย

การเสี่ยงจากการขโมย โจรกรรม ลักขโมย รวมทั้งอุบัติเหตุข้างในบ้านที่ส่งผลให้เกิดความย่ำแย่ ซึ่งการเสี่ยงกลุ่มนี้รับรองไฟไหม้จะไม่ครอบคลุมความเสื่อมโทรมในส่วนนี้

เพื่อความสบายใจของเจ้าของบ้าน และทำให้เรารู้สึกถึงความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น สามารถเลือกซื้อสัญญาประกันภัยบ้านที่ให้ความปกป้องเพิ่มอย่างครอบคลุม

และก็เว้นเสียแต่ความปกป้องเฉพาะตัวบ้านแล้วยังควรจะเลือกประกัน ที่ให้ความคุ้มครองป้องกันสิ่งของมีค่าที่อยู่ภายในบ้านด้วย

ความเพิ่มเติมที่ควรทำเพิ่มนอกจากประกันไฟไหม้ เช่น ประกันภัยจากภัยธรรมชาติ การถูกลักขโมยทรัพย์สิน คุ้มครองตัวกระจกบ้าน คุ้มครองสมาชิกในบ้าน หรือแม้กระทั่งแขกที่มาเยี่ยมเยียนเมื่อเกิดอุบัติเหตุภายในบ้านของเรา

อย่าลืมว่าบ้านคือเกือบทั้งชีวิตของใครบางคน ดังนั้น การที่เราทำประกันบ้านเพื่อดูแลสิ่งที่เรารักและความหวังของพวกเรา ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย      ole777 ทางเข้า มือถือ

ปฏิบัติตนเองอย่างไรก่อนและหลังเข้าบ้าน ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด

กระบวนการขั้นตอนที่จำต้องทำก่อนเข้าบ้าน ลดการเสี่ยงเชื้อไวรัสระบาด ในเหตุการณ์ที่โลกจำเป็นต้องพบเจอกับเชื้อไวรัสระบาดในตอนนี้

และก็หลายท่านมีความสำคัญจำต้องออกมาจากบ้าน เพื่อไปปฏิบัติงานทำให้จำต้องพบประสนทนาผู้อื่นอยู่ตลอดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาทิเช่น การขึ้นรถประจำทาง ฯลฯ ด้วยเหตุนั้นพวกเราจะต้องมีวิธีการป้องกันตนเองรวมทั้งทำตามอย่างเคร่ง

เพื่อปกป้องตัวเองจากเชื้อไวรัส ยิ่งปัจจุบันนี้เมืองไทยพวกเราก็มีการระบาดถึงเวฟ 3 กันแล้ว และก็ดูเหมือนการระบาดในเวฟ 3 นี้จะมีความร้ายแรงมากยิ่งกว่าเวฟก่อนหน้านี้

พวกเราก็เลยต้องการจะย้ำเตือนเพื่อนฝูงกันอีกทีสำหรับขั้นตอนที่ควรต้องทำทุกคราวก่อนที่จะเข้าบ้าน เพื่อไม่ให้ตนเองนำเชื้อไวรัส หรือแม้กระทั้งเชื้อโรคอื่น ๆ ไปสู่บ้านของพวกเรา รวมทั้งน่าจะทำทุกคราวให้กลายเป็นนิสัยไปเลย

เพื่อป้องกันภัยพวกเราเองแล้วก็ผู้ที่พวกเรารักในครอบครัว จะมีขั้นตอนอะไรบ้างนั้นผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่ว่าพวกเราจะขอมาย้ำเตือนกันอีกรอบ ไปดูกันเลย

ถอดรองเท้าไว้ด้านนอก ก่อนเข้าบ้าน บางครั้งบางบ้านก็อาจจะเก็บรองเท้าเอาไว้ในบ้าน

แต่ว่าในเหตุการณ์อย่างนี้ เป็นการป้องกันมีโอกาสเสี่ยงที่รองเท้าจะเมีเชื้อต่าง ๆ ควรจะกระทำถอดรองเท้าไว้ที่ด้านนอกเสียมากกว่า หรือก็คือไม่สมควรนำรองเท้าเข้าบ้านนั่นเอง แม้กลัวว่ารองเท้าจะหายบางทีอาจหาตู้สวมรองเท้าที่มิดชิดมาตั้งไว้รอบ ๆ หน้าประตูบ้าน เพื่อสบายสำหรับในการจัดเก็บรองเท้าของพวกเรานั่นเอง

 

หน้ากากอนามัยควรทิ้งก่อนเข้าบ้าน เนื่องจากควรจะกระทำถอดหน้ากากอนามัยที่พวกเราใส่มาตลอดทั้งวันทิ้งก่อนเข้ามายังในบ้าน

โดยถังที่มีไว้เพื่อใส่ขยะที่ใช้ทิ้งหน้ากากอนามัยจะต้องมีฝ้าปิดที่มิดชิด เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่ได้ ที่สำคัญไม่สมควรใช้หน้ากากอนามัยซ้ำ

 

ล้างมือให้สะอาด เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด มันก็คือการล้างมือให้สะอาดก่อนเข้าบ้าน อีกทั้งหากมีโอกาสล้างมือก็ควรล้างบ่อย ๆ

เนื่องจากพวกเราไม่รู้เรื่องว่าตอนอยู่ด้านนอกนั้น มือของพวกเราไปจับอะไรมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นราวจับรถยนต์สาธารณะต่าง ๆ ซึ่งพวกเราก็คงจำไม่ได้ว่าเลยว่าจะมีเชื้อไวรัสเกาะอยู่ไหม ด้วยเหตุนั้นก่อนเข้าบ้านควรจะล้างมือให้สะอาดซะก่อน

 

ชำระล้างเครื่องใช้ไม้สอยที่พวกเราพกประจำตัวไปด้านนอกด้วย นอกเหนือจากที่จะจำต้องล้างมือให้สะอาดแล้ว ควรจะขัดถูชำระล้างเครื่องไม้เครื่องมือที่พวกเราพกประจำตัวออกไปด้านนอกด้วย

ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ กระเป๋า หรือแม้กระทั้งกระเป๋าตังก็ตาม โดยการใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ฉีดพ่นเพื่อฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งชำระล้างนั่นเอง

ชำระล้างร่างกายโดยทันที เมื่อกระทำตามขั้นตอนทั้งผองเสร็จแล้ว ก็เป็นอันเข้าบ้านได้ แต่ว่าเมื่อเข้าบ้านแล้วอย่างแรกที่จำเป็นต้องทำเลที่ตั้งก็เป็นเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็รีบอาบน้ำสระผมในทันทีก่อนจะไปทำอันอื่น เพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ในบ้านนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    aesexy