กีฬาต้องสร้าง ไม่ใช่แค่ส่งเสริม

กีฬาต้องสร้าง ไม่ใช่แค่ส่งเสริม

           เมื่อคำจำกัดความของกีฬาไม่ใช่แค่สันทนาการ แต่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาบุคลากร กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ และสร้างแรงบันดาลใจ “พันโทรุจ แสงอุดม” รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จึงมาบอกเล่าการสร้างสรรค์นโยบายที่ทลายข้อจำกัดและจูงใจให้คนไทยเข้าถึงกีฬาให้มากที่สุด

                  นโยบายด้านการกีฬาของประเทศไทยมุ่งเน้นด้านใดเป็นพิเศษ
ผมคิดว่าเราต้องเน้นที่การสร้างก่อน แล้วส่วนอื่นๆ จะตามมา วันนี้เรายังสร้างน้อย เราไปเสริมเยอะ สร้างคือพื้นฐาน เสริมนี่คือข้างบน แต่ว่านักภาษาไทยก็ยำเลย ประดิดประดอยไปเรื่อยเลย เสริมสร้าง ส่งเสริม เสริมส่ง สนับสนุน เยอะแยะไปหมด มันเลยปนกันไม่รู้ว่าอะไรคือพื้นฐาน อะไรคือระหว่างกลาง อะไรคือปลายทาง

สร้างในมุมของผมคือฐาน ฐานคือสนามกีฬา คือพื้นที่ คืออุปกรณ์ที่เราหยิบยื่นให้คน วันนี้ถามว่าทำไมทุกคนอยากมาเล่นกีฬาที่หัวหมาก มีสองอย่างครับ หนึ่งเพราะผมมีตลาดอยู่ข้างหน้า สองคือผมมีร้านทำเล็บทำผมอยู่ข้างหลัง ประกบไว้หมด เพราะผมรู้นิสัยคนไทย จะเห็นว่าถ้าวันนี้คุณมีสตางค์อยู่ในกระเป๋าสามพันบาท แต่คุณก็จะยังเลือกซื้อเสื้อร้อยบาท คนส่วนใหญ่เป็นแบบนี้นะ วันนี้ผมต้องการซื้อใจคนให้มาอยู่ในสนามกีฬา ให้ตรงนี้เป็นต้นแบบ แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นก็คือวันนี้คนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีสนามกีฬา มีแต่สวนสาธารณะ ระหว่างคุณไปเดินเล่นสวนสาธารณะชั่วโมงหนึ่ง กับคุณมาวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าในห้องแอร์ มีข่าวดู มีทีวีดู มีครูที่ฝึกสอนชัดเจน ผลที่ได้มันต่างกันนะ นี่ผมทำฟิตเนส เซ็นเตอร์ ที่ใต้ถุนสนาม ทำแบบถูกๆ เลยนะ วันหนึ่งก็ทำเงินได้ แล้วก็ได้เซอร์วิซด้วย

                                      แล้ววิธีการสร้างฐานต้องทำแบบไหน
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมก็กังวลอยู่นะว่า การพัฒนาเมืองในเมืองหลวงมันต้องพัฒนาทั้งระบบ ฐานต้องวางให้ชัดเจน วันนี้คุณจะวางสนามกีฬาไว้ตรงไหน ไม่ใช่คุณคิดแต่ว่าคุณจะวางสวนสาธารณะไว้ตรงไหน ที่เขาบอกว่าสวนสาธารณะคือปอด คือการวางปอดลงไปในเมือง ในทางการพัฒนาเมืองอะไรคือปอดผมไม่เข้าใจนะ ผมเข้าใจแต่ในทางกีฬา ถ้าในทางกีฬา ปอดของผมคือการที่วันนี้ลมหายใจ (Breathing) คุณชัดเจน ความลึกของลมหายใจ ประสิทธิภาพในการแลกเลี่ยนระหว่างคาร์บอนไดออกไซด์กับออกซิเจน สิ่งเหล่านี้คุณมาวัดได้ คุณมาสร้างได้

คุณบอกว่าสวนสาธารณะคือปอดของเมือง สนามกอล์ฟมันก็ปอดเหมือนกัน มันก็พื้นที่สีเขียวเหมือนกัน ไม่รู้นะผมมองด้วยเหตุผลแบบนี้ ทำไมคุณบอกว่าคุณจะสร้างปอดแล้วคุณไปต่อต้านไม่ให้มีสนามกอล์ฟ ผมก็งง ในเมื่อมันก็ต้องใช้น้ำรดเหมือนกัน คนที่เขามาตีกอล์ฟนี่เขาจ่ายเงินมา เขามาหวดกันนี่แต่ละหลุมไม่รู้เท่าไหร่นะ เศรษฐกิจมันหมุนอยู่ในก๊วนเขาไม่รู้เท่าไหร่ ค่าแคดดี้ ค่าอาหารการกินบนคลับเฮ้าส์อะไรต่างๆ เต็มไปหมด แต่วันนี้คุณสร้างสวนสาธารณะ เข้าห้องน้ำเก็บบาทเดียวยังโดนด่าเลย แล้วสวนสาธารณะตอนกลางคืนมืดตึ๊ดตื๋อ เพราะอะไร เพราะพอเปิดไฟสว่างเข้าหน่อยก็หาว่าเฮ้ย! เปิดทำไม เสียดายไฟ ไม่ประหยัดเลยนะ ก็ยุ่งกันไปอีก

ruth_seanhudom1.jpg

ดูเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างฐานหรือทำระบบทั้งประเทศ คุณมีวิธีการเริ่มต้นมันอย่างไร
จริงๆ ผมเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ในประเทศ เรายังมีส่วนใหญ่ๆ อยู่อีกเยอะที่ต้องคิดคำนึงในหลายเรื่อง เพราะฉะนั้นเราต้องทำฟังก์ชั่นที่เรามีอยู่น้อยนิดนี้ให้มันดีที่สุด วันนี้เราทำงานเรื่องกีฬาก็ต้องแคร์เรื่องสุขภาพ จิตใจ แคร์ว่าจะทำยังไงให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทำยังไงให้สนามกีฬามันเจริญ แต่ประเทศไทยจะทำระบบเบ็ดเสร็จมันก็ลำบาก ถ้างบประมาณที่เราได้มันเท่าเดิม เราก็ต้องคิดว่าจะลดอะไรลงได้บ้าง เรื่องการ Reduce (การลด) เป็นเรื่องที่ต้องคิดนำ คือบางคนมองแต่การเพิ่ม ใส่เข้าไปเติมเข้าไป ส่วนเรื่องการลดยังไม่ค่อยมีใครคิด ซึ่งผมกำลังศึกษาอยู่ว่าเราจะรณรงค์ส่งเสริมให้มีการลดยังไงให้ไม่กระทบ ให้เข้าใจกันเสียก่อน คือถ้าจะมีระบบตรวจสอบ ก็ต้องตรวจสอบที่ตัวเราเองก่อน

เอาอย่างงี้ ผมได้เงินมาสี่พันล้านจากเงินภาษีบาป (Sin Tax) สิ่งแรกที่ผมคิดเลยสำหรับเงินก้อนนี้คือเราต้องรีเซ็ตแล้ว แต่ว่าคนไทย ถ้าเราจะไปรีเซ็ตเขาทั้งหมด ก็คงจะเป็นอย่างที่เราหวังไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่อยากจะรีเซ็ตก็น่าจะเป็นส่วนฐานก่อน คือดูแลสนามหญ้าให้มันเขียว ดูแลพื้นที่วิ่งให้มันสะอาดสะอ้าน ทาสีสักหน่อยให้มันดูแจ่มใส ดูแล้วใจสบาย เอาล่ะ แค่สามอย่างนี้แหละ สนามหนึ่งใช้เท่าไหร่ว่ามา แล้วทำแบบปูพรมเลยนะ ทุกวันนี้ให้เดินลงไปในหญ้าเรายังไม่อยากจะเดินเลย เพราะมันมีแต่ไมยราบที่มันมีหนามด้วยน่ะ สนามมันอยู่ที่การดูแลบำรุงให้ดี มันมีวิธีอยู่ สนามหญ้าสวยๆ ของผมเนี่ย ผมท้าเลยนะว่ามานอนได้เลย นุ่มพอสมควร แล้วหญ้าก็สะอาด ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือเราต้องการทำให้ใจคนที่มารู้สึกว่ามันน่าลงไปเล่น ไม่ใช่ว่าเฮ้ย! นี่มาถูกที่รึเปล่าเนี่ย สนามกีฬาทำไมมันเป็นอย่างนี้

นอกจากนี้ สนามกีฬาผมนี่ไฟสว่างไสวเลยนะ  แรกๆ ก็โดนพอสมควรเลยว่า เฮ้ย! นี่มันเปลืองไฟมากเลยนะ ผมก็เอาน่า เปิดไปเถอะเดี๋ยวคนก็มา แรกๆ เรายังไม่ได้สร้างฟีลให้คนมาใช่ไหม เราก็ให้มันสว่างๆ ไว้ก่อน แล้ววันนี้มันก็พิสูจน์ชัดเจน เพราะนี่มีเสียงเรียกร้องให้เปิดถึงเที่ยงคืน ผมจะชนะบาร์แถวรัชดา แถวเกษตร-นวมินทร์แล้วนะ ปัจจุบันนี้ผมดีใจอย่างหนึ่งคือเทรนด์ของการเที่ยวกลางคืนมันลดลง จะด้วยมูลเหตุอะไรนั้นผมไม่เคยสนใจเพราะผมไม่ใช่คนที่ลงไปดูแล แต่ผมมองว่าผมต้องทำยังไงถึงจะเปิดสนามกีฬาให้ได้ยาวขึ้นๆ ทำยังไงให้ต่อไปนี้สนามกีฬามีอะไรมาเอนเตอร์เทนมากขึ้น เอนเตอร์เทนเนี่ยถ้าคุณอยากจะเอนเตอร์เทนแบบไหนไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ อย่างนักร้องเกาหลีใครจะบ้าไปตลอดชีวิตก็เชิญ แต่ส่วนใหญ่ผ่านไประยะหนึ่งคุณจะรู้สึกว่ามันซ้ำ ผมมองว่าคาแรกเตอร์ของคนไทยเป็นแบบนั้น ดูมาสามสี่ครั้งเขาก็เบื่อแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยน จะเปลี่ยนอะไรก็ได้ นี่อีกสองเดือนข้างหน้าคุณมานั่งดูทีวีจอยักษ์ที่นี่ได้เลยนะ ผมว่าทีวีจอยักษ์นี่ผมเรียกคนมาได้สองสามพันคนสบายๆ เลย ไม่จำเป็นต้องเฉพาะวันที่มีแมตช์นะ ผมว่าเราเอาอะไรมาฉายก็เรียกคนก็ได้ เพราะวันนี้คุณเข้าไปโรงหนังเสียตั้งเท่าไหร่ มีห้าร้อยยังแทบหมดตัวเลย ก็พยายามคิดว่าอะไรที่เราจะปรับได้บ้าง ก็ทำก่อน

                           เพราะฉะนั้นกีฬาต้องเชื่อมโยงกับคน กับชุมชน
ใช่ครับ เราเอาไลฟ์สไตล์หรือวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นตัวเชื่อม กีฬามัน stand alone ไม่ได้ ถ้าคุณ stand alone ก็หมายความว่าวันนี้คุณต้องการแค่นักกีฬากับคนที่อยากเล่นกีฬา ซึ่งผิด วันนี้สนามกีฬาต้องการประชาชน สนามกีฬาต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ไม่ใช่ขับรถผ่านไปประตูก็ล็อก ประชาชนจะมาก็ “ขอแลกบัตรหน่อยครับ คุณมาทำอะไรครับ จะไปไหนครับ” จะใช้เป็นทางผ่านก็ไม่ได้ ต้องอ้อมไป เสียเวลาไปอีกชั่วโมงหนึ่ง อย่างรามคำแหงตรงนี้นี่ก็เป็นพื้นที่ไม่พึงประสงค์จะผ่านอยู่แล้วนะ ดังนั้นนี่คือสิ่งซึ่งเราปรับใหม่หมดเลย คุณอยากผ่าน ผ่าน อยากจอด จอด อยากทำอะไร ทำไปเลยตามสบาย ตอนนี้ก็เลยมีความรู้สึกว่ามันเป็นคอมมูนิตี้หลัก เดี๋ยวนี้แทบจะไม่ต้องวิ่งแล้วนะ เพราะโดนข้างหลังไล่มา เหมือนสมัยที่ไปเดินงานสงกรานต์แล้วคนเยอะมากจนไม่ต้องเดินเองเลยน่ะ ก็มีประชาชนเข้ามามากขึ้น คนเลิกงานเสร็จก็มากัน ตอนนี้ผมกลับรู้สึกแฮปปี้นะเวลารถติดอยู่ที่สนาม ผมรู้สึกว่าผมประสบความสำเร็จมาก ทั้งๆ ที่อาจจะโดนด่าก็ได้ การที่ทำให้รถติดในสนามกีฬาได้มันเป็นความภูมิใจของผมมาก

ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าความคิดเริ่มต้นของผมมันจะมาได้ไกลขนาดนี้ มีเด็กนักศึกษารามฯ มาขอบคุณท่านผู้ว่าฯ ว่าผมจบมาได้เพราะผมขายของที่ตลาดหน้าสนามนี่ เขาก็บอกว่าเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่จะทำให้เขาได้เรียน คือวันนี้คนที่ไม่มีอาชีพคือเขาไม่มีอาชีพจริงๆ นะ คนที่ไม่มีอาชีพคิดจะขายรองเท้าที่ซื้อมา 25 บาท เอามาขายคู่ละ 40 บาทก็โอเคแล้วสำหรับเขา วันนี้เรานั่งอยู่ในจุดที่เราหยิบยื่นการอยู่รอดในการดำรงชีวิตให้เขาได้ด้วยการสร้างรากฐานทางกีฬา จนตอนนี้รู้สึกว่าเราได้เลี้ยงคนประมาณ 500 ครัวเรือนให้ได้มีข้าวกิน มีเงินให้ลูกได้เรียนหนังสือ ไม่น่าเชื่อว่าเริ่มต้นจากแค่คำว่าตลาดนัด ตอนแรกที่ผมทำ พรรคพวกก็ทักว่าจะมาทำแบบนี้ทำไม แต่ผมรู้สึกว่าเวลาเราคิดเรื่องอะไร เราเอาใจเราคิดดีกว่า มันมีความรู้สึกว่ามันใช่ไง แล้วถ้าใครจะด่าเรา เราก็ไม่ใจอ่อน นี่คืออย่างหนึ่ง

ruth_seanhudom2.jpg

จะนำแนวคิดไปปรับใช้กับสนามกีฬาที่ไม่ได้สังกัดการกีฬาแห่งประเทศไทยอย่างไ
ผมว่าเรื่องใครเป็นเจ้าของสนามมันไม่ใช่ปัญหา สำคัญคือวันนี้ต้องเริ่มจากเข้าใจไอเดียก่อน ถ้าไอเดียดี เจ้าของสนามก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไอเดียไม่ดี ก็ไม่มีทางที่เขาจะเห็นด้วยหรือนำไปปฏิบัติ ผมก็ใช้วิธีการนี้มาตลอด อย่างวันนี้เราอาจจะโฆษณาออกไปว่าเราจะรีเซ็ตพื้นที่ที่ให้คนมาวิ่งได้ มาออกกำลังกายได้ ในรูปลักษณ์แบบนี้ ไอเดียแบบนี้ แล้วเจ้าของสนามแต่ละที่เขาจะได้มองว่าจะเอาไปใช้ไหม คือเราเป็นหน่วยที่ต้องคิด เขาเป็นหน่วยที่นำเอาความคิดของเราไปใช้ ผมถึงบอกว่าวันนี้ผมดูแลทรัพย์สินทั้งหมด เมื่อเราดูแลทรัพย์สินทั้งหมดสิ่งที่เราต้องการก็คือประโยชน์ที่เกิดจากทรัพย์สิน นั่นคือพี่น้องประชาชนได้มาใช้ทรัพย์สินนี้ สิ่งที่ได้คือสุขภาพ ทั้งกายและใจ วิธีการที่เราบริหารงานจริงๆ แล้วเป็นแบบนั้นนะ คือทำอย่างไรให้เกิดความรู้สึกชัดขึ้นเป็นลำดับ คือผมว่าวันนี้เราอยากจะแสดงจุดยืนว่ากีฬาเป็นเรื่องที่สร้างความสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างให้คนได้ คิดเป็น ทำเป็นมากกว่า

มีแผนงานการจัดกิจกรรมกีฬาระดับโลกเพื่อประชาสัมพันธ์กีฬาและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกีฬาหรือไม่
ขณะนี้เราจะมีสปอร์ตอีเวนต์ซึ่งเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวด้วยในระหว่างปีพอสมควร ซึ่งมันเป็นงานระดับนานาชาติ มีวอลเลย์บอลชายหาด มีแข่งขันรถยนต์นานาชาติ World Touring Car มีแข่งกอล์ฟ ซึ่งจะจัดประมาณ 8 สนาม คือ 8 เดือนในหนึ่งปี ซึ่งอาจจะมีกีฬาอื่นๆ อีก เทนนิสอาจจะมีนิดหน่อยแต่เรากำลังศึกษากันอย่างหนักเลย เพราะว่าเราไม่มีสเตเดียมที่พร้อมรองรับคนสัก 2 หมื่นคน จริงๆ ปริมาณคนดูมันจะอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่น แต่เรารองรับได้แค่ 7 พัน เราจะเสียตรงนั้นพอสมควร ก็กำลังศึกษาอยู่ว่าจะทำยังไง ส่วนกีฬาทางทะเลนี่ก็ชัดเจน พวกเจ็ตสกี เรือใบ อะไรพวกนี้

อีกอันที่เราคิดว่าช่วยได้คือฟุตบอล ฟุตบอลนี่ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก มันจะมีระบบของมันอยู่แล้ว แต่ว่าเทคนิคคือเดิมจะมีการจัดในลักษณะของการเป็นเจ้าภาพร่วม (Co-host) ใช่ไหม อย่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ แต่ของเราจะทำเป็น Combined Host คือจับมือร่วมกันเลย 4 ประเทศในแนวตั้ง เวียดนาม ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ร่วมกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพบอลโลก เพราะผมมองว่าด้วยความพร้อมที่มีอยู่พอสมควรแล้ว Combined Host ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เราอยากจะเห็น แต่ว่ามันคงอีกนานพอสมควร ก็คงจะเขียนเป็นยุทธศาสตร์ไว้ให้รุ่นลูกๆ เราทำ

เพราะวันนี้ฟีฟ่าเขาศึกษามาแล้วว่าแข่ง 4 ทีมมันน้อยไป อนาคตก็อาจจะเป็น 6 กรุ๊ป 6 ทีม เท่ากับทั้งหมด 36 ทีม แต่ถามว่าจัดบอลโลก 28 วันนี่ จะต้องสร้างสนามใหม่สนามหนึ่งเลยเหรอ มันยุ่งนะ ผมก็มองว่า ถ้าเราจะทำให้เสร็จแบบไม่ต้องจ่ายเยอะ เราก็ต้องบาลานซ์ ไทยมี 1 สนามคือราชมังคลากีฬาสถาน มาเลเซียเขามีอยู่แล้ว 2 สนาม แล้วก็เวียดนามกับสิงคโปร์ ก็แบ่งกันไป มาเลเซียมี 2 สนาม เขาลงทุนมาแล้ว เราก็อาจจะให้เขาจัดพิธีปิด ตอนแข่งเขาก็รับไป 2 กรุ๊ป เราอาจจะจัดพิธีเปิด ไทยเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะหัดเกาะรถไฟบ้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวรถจักรอยู่ตลอดก็ได้ หัดเป็นโบกี้ที่สองที่สามบ้างก็ได้นะ

                                    คุณเชื่อว่ากีฬาเป็นตัวสร้างใจใช่ไหม
โอ้โห! ชัดเลยครับ คุณมานั่งอยู่ในสนามกีฬาสัก 45 นาที เอาแค่ครึ่งแรก คุณจะได้ Spirit of Sport กลับไปไม่รู้เท่าไหร่ จิตวิญญาณจากเกมกีฬาพวกนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างเกม มันจะเทรนตัวเราเอง เมื่อวันก่อนผมก็ไปนั่งดูฟุตบอลคู่บุรีรัมย์แข่งกับศรีสะเกษที่สนามศุภฯ ทำไมผมถึงเลือกไปดูคู่นี้รู้ไหม เพราะว่าเป็นทีมที่มาจากต่างจังหวัดทั้งคู่ แต่เป็นทีมที่สร้างทีมขึ้นมาอย่างมีระบบมากๆ ผมเคยไปเยี่ยมแคมป์นักกีฬานี่ ผมอยากให้ลูกผมเป็นแบบนี้จริงๆ นะ แค่รองเท้าที่เขาวางเรียงไว้ ส้นรองเท้านี่อยู่บนเส้นที่ขีดไว้เลยนะ เสื้อผ้าของใช้อะไรต่างๆ ต้องยังไงนี่เป๊ะเลย คือค่าตัวคุณ 3 แสนบาทต่อเดือน ถ้าคุณไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้ คุณไม่ควรมารับเงิน 3 แสนบาท เพราะไม่อย่างนั้นแข่ง 90 นาที คุณก็จะเล่นสัก 30 นาที นอกนั้นคุณก็เดินเอา แล้วบอลมันจะดูสนุกได้ยังไงถูกไหม เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของใจทั้งนั้น

วันนั้นผมไปดูกีฬาผมอยากเห็นอะไร ผมอยากเห็น Spirit of Sport ผมเก็งมาก่อนหน้านั้นแล้วประมาณสักเดือนหนึ่งนะว่าสนามจะเต็มหรือเปล่า ผมจะวัดใจคนทางอีสานที่ต้องเดินทางมาไกลพอสมควร ปรากฏว่าวันนั้นสามหมื่นนะ ใช้ได้เลย ถ้ามันไม่ด้วยสปิริต แล้วมันจะด้วยอะไรที่คนจะมารวมกันได้ มาร้องเพลงๆ เดียวกันได้ มาใส่เสื้อสีเดียวกันได้ แพ้ชนะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่าถ้าวันนี้ชนะ คนชนะก็ต้องดีใจ ส่วนคนแพ้ก็แปลว่าวันนี้คุณเล่นไม่เต็มที่ ก็ไปฟิตซ้อมมาใหม่ ผมชอบใช้คำว่า “ไปฟิตมาใหม่” เป็นประจำในการทำงาน เวลาด่าลูกน้องไปเสร็จ ก็จะจบด้วยคำว่า “เฮ้ย! ไปฟิตมาใหม่” เหมือนกับเล่นกีฬานั่นแหละ

Creative Ingredients

                                                    หลักในการทำงาน
ผมบอกเลยนะว่าการเปลี่ยนแปลงคือ การสร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นในการทำงาน ภาคปฏิบัติการก็ต้องเปิดโอกาสให้คนคิดมากๆ เหมือนกัน บางทีผมบ้าๆ เช้ามาปุ๊บ ผมเปลี่ยนมุมห้องทำงานหมดเลย โต๊ะทำงานโต๊ะรับแขก ไม่งั้นมันซ้ำไง ก็ไม่เกิดความสร้างสรรค์ อีกอย่างถ้าสังเกตจะเห็นว่า ทุกอย่างผมจะโยงไปที่ใจตลอด เพราะสำหรับผมสิ่งนี้สำคัญที่สุด คุณจะฉลาดปราดเปรื่องมาจากไหนก็แล้วแต่ แต่ถ้าใจคุณไม่นิ่งก็ไปต่อไม่ได้

                                                         กิจกรรมเวลาว่าง
ผมชอบเดินห้าง สำหรับผมมีสองอย่าง หนึ่งคือไปดูวิวัฒนาการพวกดีไซน์ของห้าง ของแต่ละร้าน แต่ละผลิตภัณฑ์ ผมจะสังเกตว่าแรงบันดาลใจมันคืออะไร เพราะผมต้องเป็นคนคิดต้นแบบ เป็นคนตั้งแบบอย่าง เวลาเราโค้ชลูกน้อง เราต้องยกตัวอย่างที่ถูกต้องได้ มันจะเร็วและตรง สองคือไปดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ คือมันบอกได้ชัดนะ ผมสังเกตแม้กระทั่งวันนี้ทำไมไม่มีกล้วยหอมขาย แล้วตกหวีละเท่าไหร่ แปลว่ามันขาดตลาดหรือเปล่า หรือราคามันขึ้นจนกินไม่ลงแล้ว และสุดท้ายจะเดินไปที่ฟู้ดคอร์ทว่าเป็นยังไง คนเขากินยังไง อยู่ยังไง ยังเห็นเด็กกินน้ำอัดลมหวานๆ หรือดูแม้กระทั่งน้ำปลา น้ำตาล ก็สังเกตว่าน้ำตาลหมดเร็วมาก เพราะฉะนั้นเรื่องภาวะสุขภาพมันดูที่การบริโภคได้ สิ่งละอันพันละน้อยแบบนี้ไม่ต้องไปสังเกตไกลๆ ที่ไหนหรอก

Comments are closed.