ไดโนเสาร์สูญพันธุ์

ไขปริศนา66ล้านปีไดโนเสาร์สูญพันธุ์

ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดู ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ หลักฐานใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ของสหราชอาณาจักรได้มีการเปิดเผยออกมาอาจจะเป็นการไขปริศนาการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตประมาณ ร้อยละ 75 ของโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อน 

นอกจากเรื่องของอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้ามาชนโลกหลักฐานใหม่จะไปบ่งชี้ห้วงเวลาที่เกิดเหตุได้โดยหลักฐานใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ในเรื่องของห้วงเวลาไขปริศนาการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์แล้วก็สิ่งมีชีวิตในโลกมากกว่าร้อยละ 75 

เมื่อ 66 ล้านปีที่ผ่านมาจากเหตุใดอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนโลกจนทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตที่มีชื่อว่า ชิโซรุป และในปัจจุบันนี้อยู่ใต้คาบมหาสมุทรยูกาตันในประเทศเม็กซิโก 

โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่าเขาได้ไปค้นพบข้อมูลใหม่ที่สามารถระบุช่วงเวลาที่แน่ชัดของการเกิดมหาภัยพิบัติในครั้งนี้ว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงของฤดูใบไม้ผลิระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน

ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้อาจจะช่วยอธิบายว่าทำไมเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้สัตว์ชนิดต่างๆต้องสูญพันธุ์ไปจากโลกเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าฤดูใบไม้ผลิถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญต่อการหาอาหารและการขยายพันธุ์ทั้งพืชและสัตว์หลากหลายชนิด 

ขณะที่สัตว์บางชนิดจะออกลูกในเวลาดังกล่าว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าการเกิดอุบาทว์ขนาดใหญ่พุ่งชนโลกในเวลาดังกล่าวจะสามารถส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกในขณะนั้น

ซึ่งหากอุกกาบาตพุ่งชนโลกในฤดูกาลอื่นอาจจะทำให้ไม่สูญพันธุ์ครั้งใหญ่และพลิกโฉมหน้าของโลกที่เรียกว่าเหตุการณ์สูญพันธุ์ในยุคนั้นจนทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกร้อยละ75 ต้องล้มตายและไดโนเสาร์ก็ต้องสูญพันธุ์ 

นอกจากนี้ยังมีซากฟอสซิลของปลาจากแหล่งฟอสซิลในรัฐนอร์ทดาโคตาของสหรัฐอเมริกาภายหลังจากที่โรเบิร์ตพาอาม่าที่เป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่นำทีมวิจัยในครั้งนี้เปิดเผยว่าเขามีการไปถอดรหัสพันธุกรรมจากฟอสซิลปลาชี้ให้เห็นถึงฤดูกาลที่ปลาเหล่านี้ตายลงแล้วก็ไป 

พบว่ากระดูกปลาจะมีชั้นสีที่เข้มขึ้นในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนแล้วก็จะมีสีอ่อนลงในช่วงของฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวซึ่งเส้นเจริญเติบโตสุดท้ายบ่งชี้ว่าปลาทั้งหมดในแถบนี้ตายลงในช่วงการเจริญเติบโตของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

โดยทีมนักวิจัยได้ทำการศึกษาเรื่องนี้มาอย่างยาวนานและในการค้นพบในครั้งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงแนวคิดที่มีเหตุการณ์อุกกาบาตทำลายล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์

แต่ต้องไม่ลืมว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เราจะไม่มีวิวัฒนาการขึ้นมาได้หากไม่เกิดเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลกในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งการค้นพบในครั้งนี้ทีมนักวิจัยเปิดเผยว่าอาจจะช่วยให้มนุษย์อาจจะเตรียมตัวได้ดีขึ้น

 

สนับสนุนโดย.      ufabet เว็บแม่

ไดโนเสาร์สูญพันธุ์

ภูเขากังคา พูนซัม ประเทศภูฏาน

สิ่งมีชีวิตต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นมาบนโลกที่แสนจะกว้างใหญ่แห่งนี้ ซึ่งสำหรับมนุษย์อย่าเราแล้วนั้นถือได้ว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ ไปเลยก็ว่าเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีผลต่อระบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราเอามากๆ

เรื่องราวต่างมากมายที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรามนุษย์ก็ได้เป็นผู้ที่ไขข้อสงสัยและหาคำตอบให้ คุณเชื่อหรือไม่ว่าบนโลกที่แสนกว้างใหญ่แห่งนี้ นอกจากจะมีสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับมากมายแล้วก็ยังมีสถานที่ต่างๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราที่ยังเป็นสถานที่ลึกลับ และเป็นสถานที่ต้องห้ามที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรานั้นต่างก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เมือผ่านกาลเวลาอันเนินนานมันก็ต้องมีทั้งสิ่งที่เสีย และสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสถานที่แห่งหนึ่งที่เชื่อได้เลยว่าน้อยคนนักที่จะรู้จักสถานที่แห่งนี้ ซึ่งมันก็คือภูเขากังคา พูนซัม ในประเทศประเทศภูฏานนั้นเอง ร้อนแบบนี้หลายคนคงอยากให้เอลซ่าเปิดพลังน้ำแข็งดับร้อนจริงอยู่ในแน่ๆ

สำหรับคนที่ชื่นชอบการปีนเขาอาจจะนึกถึงภูเขาน้ำแข็งอันหนาวเหน็บแพงนั่นแหละประเทศจะเปิดให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปพิชิตความสูงบนยอดเขาอันหนาวเหน็บได้แต่ทางรัฐบาลภูฏานสั่งห้ามให้ปีนเขาภูเขากังคา พูมซังโดยเด็ดขาดเพราะมีความเชื่อว่าบนยอดเขาเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าและวิญญาณบรรพบุรุษภูเขาแห่งนี้อยู่บนดินแดนภูฏานทิเบตมีระดับความสูง 7570 เมตรเป็นอันดับที่ 40 ของโลก

เนื่องจากความสูงในแผนที่ไม่แน่นอนเพราะพิพาทระหว่างชายแดนทางรัฐบาลจึงเปิดให้ขึ้นไปสำรวจทั้งหมด 4 ครั้งในปี 1985 และปี 1986 แต่ก็ล้มเหลวและในปี 1989 นักสำรวจชาวญี่ปุ่นจะสามารถขึ้นไปถึงยอดเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดสูงสุดทางตอนเหนือระดับความสูง 7535 เมตรแต่สุดท้ายแล้วก็ยังไปไม่ถึงยอดเขากังคา พูนซัม อยู่ดีไม่แน่นะอาจจะเป็นเพราะสิ่งลี้ลับบนยอดเขาก็ได้นะใครจะไปรู้ 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องราวต่างๆที่เราได้กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ลึกลับที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะออกไปสำรวจได้เนื่องจากว่ามันมีความอันตรายอยู่นั้นเอง แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้บางคนก้มองในเรื่องของแง่วิทยาศาสตร์ แต่ทว่าบางคนก็เชื่อเรื่องของเทพเจ้า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามทั้งสองทางนี้มัน ก็สามารถที่จะไปด้วยกันได้คุณเชื่อหรือปล่า
สนับสนุนโดย    ufabet เว็บแม่