m5zn_9319645c9643fc1

PSO J318.5-22

ถ้าหากว่าพูดถึงดาวเคราะห์นั้นหลายๆ คนอาจจะนึกถึงดาวอังคาร เป็นดวงดาวที่มนุษย์โลก ใฝ่ฝันว่า สักวันคงมีโอกาสได้ไปสำรวจและ ลงหลักปักฐานบนดาวอังคาร  หรือนึกถึงเป็นดวงดาวที่มีพายุไซโคลนหมุนตลอดเวลา และเท่าที่ทราบมีขนาดใหญ่กว่าโลก

หรือว่าจะเป็นดาวเสาร์ ผู้รองฉายาดาวเคราะห์แห่ง  วงแหวน ที่มีวงแหวนสวยเด่นเป็นเอกลักษณ์ หรืออาจะเป็นดาวเคราะห์ที่ใกล้ตัวของเราเข้ามาอีก พื้นดินที่เราอาศัย ก็คือดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลก และทั้งหมดทั้งสิ้นก็ต้องเป็นดวงดาวในระบบสุริยะเดียวกันกับโลก และขึ้นชื่อว่าดาวเคราะห์ ในระบบสุริยะ และต้องทราบอีกว่า ขึ้นมาว่าดาวเคราะห์นั้นจะต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์ หรือดาวฤกษ์มีมวลที่มากพอที่จะทำให้ตัวเองอยู่ในสภาวะที่สมดุล

ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับดาวเคราะห์กัน โดยปกติแล้วดาวเคราะห์ ที่ถูกค้นพบมาจะอยู่กันเป็นระบบดาวและโคจรรอบดาวฤกษ์ของตัวเองทั้งนั้น แต่ล่าสุดมีดาวเคราะห์ดวงใหม่ ที่เปลี่ยนนิยามคำว่า        ดาวเคราะห์ไปอย่างสิ้นเชิง  เพราะว่ามันหมุนคว้างอยู่อย่างโดเดี่ยวโดยที่ไม่ได้โคจรรอบดาวดวงใดเลย  ทำให้ขอบข่ายการเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์นั้นกว้างออกไปอีก

ปกติดาวเคราะห์ จะอยู่กันเป็นระบบดาวและโคจรรอบดาวฤกษ์ของตัวเองทั้งนั้น แต่นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่า กลุ่มดาวแพะทะเล มีเพียงดาวเคราะห์ดวงใหญ่ดวงเดียว โคจรรอบตัวเอง และไม่มีแสงสว่างของดาวดวงใด ส่องสว่างให้เลย นักวิทยาศาสตร์ ได้ตั้งชื่อ ดาวที่มีลักษณะ   โคจรอยู่เพียงลำพังว่า PSO J318.5-22 และนักวิทยาศาสตร์ได้มีการค้นพบ

ดาวที่มีลักษณะแบบนี้อีกดวง ในช่วงปี 2015 ให้ชื่อ  SDSS  J111010.01+011613.  นักสำรวจดวงดาว ต่างก็มีความคิดว่าในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรานั้น  อาจจะมีดาวเคราะห์ที่อยู่อย่างเดี่ยวแบบนี้  อยู่อีกมากมายหลายพันดวง    มีหัวหน้าทีมนักวิจัยท่านหนึ่งได้กล่าวว่า พวกเราไม่เคยเจอสิ่งใดลอยคว้าง  อย่าตามลำพังในอวกาศแบบนี้  มาก่อนมันมีลักษณะเหมือนกับดาว  ที่พึ่งเกิดใหม่แบบเดียวกันกับดาวอื่นๆ แต่มันกลับลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ซึ่งตัวเขาเองเคยสงสัยอยู่อย่างตลอดว่า  จะมีการคงอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนอวกาศแบบนี้จริงหรือเปล่า

และในตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่ามันเป็นไปได้จริงๆ แน่นอนว่าเรื่องที่เราได้กล่าวไปข้างต้นนั้น   เป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ เลยก็ว่าได้ และสำหรับดาวเคราะห์ในลักษณ์นี้  นักวิทยาศาสตร์มีความเชื่อได้ว่าในอนาคตจะต้องมีเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน และเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนากล้องโทรทัศน์ที่มีความละเอียดระดับสูง เป็นนวัตกรรมที่จะพามนุษย์ค้นหาความจริงในจักรวาล

 

สนับสนุนโดย    สมัคร Gclub

m5zn_9319645c9643fc1

หลุมดำ ทำให้มนุษย์สูญพันธุ์

โลกจะแตกเมื่อไหร่? มนุษย์จะสูญพันธุ์เมื่อไหร่? เชื่อหลายๆคนน่าจะเคยตั้งคำถามเหล่านี้ทั้งกับตัวเองและกลับคนอื่นๆ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกคนนั้นตระหนกถึงเรื่องนี้นั้นอาจจะเป็นเพราะหลากหลายสาเหตุ อย่างการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ด้วยตัวเอง การทำนายจากคนโบราณ หรือกกระทั่งแม้จากภาพยนตร์ที่เล่าถึงวันสิ้นโลกที่ทำให้มวลมนุษยชาตินั้นหายไปจากโลก เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้นไม่ผิดเลย

เพราะโลกของเราถ้าหากให้เทียบกับเมื่อสมัยก็ได้มีความแตกต่างกันอย่างมาก ในระยะเวลา 10 ปีก็สามารถที่จะเห็นความแตกต่างได้แล้ว คงไม่ต้องพูดถึงในอีกกี่ปีข้างหรอกใช่หรือไม่ ซึ่งสาเหตุที่จะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์นั้นมีมากมาย และในบทความนี้ที่เราจะทำการนำเสนอนั้นก็คือ หลุมดำ ในความเป็นจริงแล้วนั้นหลุมดำยังถือว่าเป็นปริศนามากอยู่พอสมควร

ไม่มีใครที่จะสามารถได้เลยว่าในนั้นคืออะไร บางคนก็บอกว่าหลุมดำคือทางออกของจักรวาลนี้ บางคนก็บอกว่ามันคือเส้นทางข้ามมิติที่มีเวลามาเกี่ยวข้อง ได้มีแนวคิดเกี่ยวกับหลุมดำนั้นเยอะมาก และอีกหนึ่งความคิดคือสิ่งที่หลุดเข้าไปในนั้นจะไม่มีสิ่งอยู่รอด เช่นเดียวกันกับการที่โลกจะหลุดเข้าไปในนั้น ว่ากันว่าหลุมดำเป็นปรากฏการณ์ที่ขึ้นชื่อว่าน่ากลัวที่สุดในจักรวาล เพราะไม่มีสิ่งใดสามารถหนีพ้นแรงดึงดูของมันไปได้ แม้แต่แสงที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีความเร็วที่สุดก็ตามยังไม่สามารถรอดพ้นแรงดึงดูดของหลุมดำได้ ทุกๆสิ่งที่อยู่ในอาณาเขตของมัน หรือที่เรียกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์ ก็จะถูกดูดเข้าไปยังใจกลางของหลุมดำ

และพลังงานของหลุมก็จะบีบอัดสิ่งที่ดูดเข้ามาเหมือนกับเครื่องบีบขยะของโลก แต่จริงๆแล้วเพียงแค่โลกของเรานั้นถูกดูดออกจากวงโคจรจากดวงอาทิตย์ อุณหภูมิภายในโลกก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าฉับพลันทันที โลกจะมีความเย็นและหนาวมากขึ้น ทำให้ร่างกายนั้นปรับสภาพไม่ทัน ก่อนที่โลกจะถูกแรงดึงดูดให้เข้าไปถึงใจกลางหลุมดำเสียอีก ซึ่งหลุมดำที่อยู่ใกล้กับโลกของเรามากที่สุดนั้นอยู่ห่างออกไปถึง 3,000 ปีแสง หรือ 28 ล้านล้านกิโลเมตร

ยังถือว่าอยู่ไกลมาก และมีอีกข้อสันนิฐานหนึ่งที่ได้บอกว่าเมื่อดวงอาทิตย์ระเบิดจะกลายเป็นหลุมดำนั้น มีความเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะดวงอาทิตย์มีมวลไม่มากพอที่กลายเป็นหลุมดำ อย่างไรแล้วนี้เป็นข้อสันนิฐานที่อาจจะทำให้มนุษย์นั้นหายไปจากโลกก็เป็นได้

 

สนับสนุนโดย   สมัคร Gclub