วัตถุปริศนาจากนอกระบบสุริยะของเราอูมัวมัว

โดยจากรูปทรงของ อูมัวมัว ที่มีด้านยาวมากกว่าด้านกว้างได้สร้างความประหลาดใจกับนักดาราศาสตร์อยู่ไม่ใช่น้อยเพราะการศึกษาเคหะวัตถุขนาดใหญ่ต่างๆในระบบสุริยะก็บอกได้เลยว่าไม่มีอัตราส่วนไหนเลยที่มีความแตกต่างมากกว่าความยาวและด้านของความกว้างมากมายขนาดนี้

นอกจากนี้เจ้า อูมัวมัว ยังได้มีลักษณะเป็นสีแดงทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ออกมาว่ามันอาจจะมี่วนผสมของโลหะหนักได้ผสมอยู่คล้ายกับว่าอูมัวมัวนั้นในมีแหล่งกำเนิดมาจากภายนอกระบบสุริยะหรือมันอาจจะเป็นผู้ที่ได้มาเยือนจากระบบดาวฤกษ์ดวงอื่นในแกแล็คซี่ทางช้างเผือก

เพราะฉะนั้นที่สำคัญครั้งที่มันได้โคจรผ่านดวงอาทิตย์เรากลับไม่พบสัญญาณของหางดังที่ปรากฏเป็นปกติสำหรับดาวหางทั่วไปแต่ในขณะเดียวกันความเร็วองมันดูเหมือนจะถูกเร่งให้มันมีความเร็วขึ้น

ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งต่อกฏการเคลื่อนที่ทั่วไปมากนอกจากเสียว่าอูมัวมัวนั้นไม่ใช่ผลผลิตจากธรรมชาติแต่มันได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำสมัยของมนุษย์ต่างดาวแต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ได้ให้คำอธิบายเอาไว้ว่าการที่มันสามารถเร่งความเร็วของตนเองได้มันอาจจะเป็นผลมาจากแรงดันของรังสีจากดวงอาทิตย์ที่คอยผลักให้มันมีความเร่งที่เร็วขึ้นและอีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่าสนใจ

เนื่องจากนี้ อูมัวมัว นั้นมันสามารถยึดและหดตัวได้อย่างอิสระโดยคำอธิบายผู้เชี่ยวชาญได้บอกเอาไว้ว่ามันได้เป็นผลที่มันได้หมุนจากรอบตัวของมันเองที่ดูคล้ายกับกิ่งมี่หมุนเคลื่อนไปมาในกระแสน้ำหากจะว่าไปแล้วมันก็เป็นที่น่าเสียดายสำหรับมนุษย์อยู่เหมือนกันที่เราไม่สามารถส่งยานสำรวจไปเยี่ยมมันได้ทันที

ดังนั้นในการมาเยือนของมันเป็นการทักทายเพียงแค่เที่ยวเดียวเท่านั้นและเราก็จะไม่มีโอกาศอีกแล้วที่จะได้สำรวจวัตถุปริศนาเหล่านี้ได้อย่างใกล้ชิตแต่จะว่าไปแล้วก่อนน่านี้เคยมีการพบเบาะแสะของ อูมัวมัว อยู่เหมือนกันแต่เนื่องจากตอนนั้นมันมีขนาดที่เล็กและมืดมากๆจึงทำให้ยากต่อการส่องหาแม้แต่กล้องโทรทรรศน์สตูดิโอhi1aในภารกิจตรวจหาสิ่งผิดปกติจากดวงอาทิตย์เองก็ด้วยในที่สุด

เมื่อวันที่9กันยายนปี2017 อูมัวมัว ได้โคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์   ทางเข้ายูฟ่าสล็อต   โดยในตอนนั้นค่าความสว่างที่ปรากฏก็มีความชัดเจนแค่เพียง13.5magหรือพอกับความสว่างของดวงจันทร์ไททันที่เป็นดาวบริวาลของดาวเนปจูนก่อนที่มันจะได้รับความยืนยันว่ามันเป็นวัตถุนอกอวกาศจริงในวันที่19ตุลาคมในขณะนั้นค่าความสว่างของมันก็ลดลงไปเหลือเพียงแค่13magและหลังจากนั้นมันก็ได้มาปรากฏให้เห็นแบบริบรี่และเคลื่อนที่หนีออกไปด้วยความเร็ว