ถ้าโลกไม่มีดวงจันทร์โคจร ห่วงโซ่อาหารบนโลกจะล้มเหลว

หลายคนอาจจะมองดวงจันทร์มีความสำคัญต่อโลกอย่างไร ซึ่งบางคนอาจจะทราบดีว่าแสงของดวงจันทร์นั้นไม่ได้เป็นแสงที่เกิดจากตัวของมันเอง แต่มันได้รับแสงมาจากดวงอาทิตย์ เพราะกล่าวถึงตรงนี้ยิ่งสงสัยเข้าไปอีกใช่หรือไม่ เพราะขนาดแสงของมันยังไม่ใช่ของมันเองเลย แล้วมันจะมีความสำคัญต่อโลกอย่างไร มันก็มีแค่ความสวยงามในยามค่ำคืนก็เท่านั้นเอง แต่แท้จริงแล้วดวงจันทร์นั้นมีความสำคัญกับโลกมากเลยๆนะ คุณคงจะเคยเห็นปรากการณ์น้ำขึ้นน้ำลงใช่หรือไม่ นั้นแหละเป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากดวงจันทร์นะ

ซึ่งดวงจันทร์จะมีแรงดึงดูด ถ้าหากไม่มีแรงดึงดูดจากดวงจันทร์ ระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรจะสูงขึ้นมากจนเกิดเป้นคลื่นสึนามิลูกใหญ่ที่มีความรุนแรงพอที่จะทำลายล้างพื้นที่ทั้งหมดของแผ่นดินได้ นั้นเป็นเพราะไม่มีแรงดึงดูดจากดวงจันทร์จึงทำให้น้ำหันมาพึ่งแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์แทน ทั้งนี้ยังมีผลกระทบต่อภูมิอากาศบนโลกอีกด้วย ภูมิอากาศจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด พื้นที่ที่อยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรจะกลายเป็นเขตหนาวทั้งหมด ในทางตรงข้ามของขั้วโลกก็จะกลายเป็นเขตร้อน นั้นเป็นมาจากการที่ไม่มีดวงจันทร์โคจรรอบโลก จึงทำให้แกนโลกเอียงที่ผลต่อภูมิอากาศอย่างแน่นอน

และอีกผลระทบของการไม่มีดวงจันทร์นั้นก็คือ การที่ห่วงโซ่อาหารล้มเหลว อย่างที่ได้กล่าวไปว่าดวงจันทร์มีผลต่อน้ำทะเลในมหาสมุทร ไม่มีได้ผลเสียแค่น้ำเท่านั้น แต่ยังมีผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่ในน้ำอีกด้วย สัตว์ทะเลจะเริ่มลดน้อยลง เพราะสัตว์ทะเลใช้อิทธิพลจากดวงจันทร์ในการหาคู่ หาอาหาร สิ่งมีชีวิตในทะเลที่ว่านี้ยังรวมไปถึงสาหร่ายอีกด้วย การที่สัตว์ทะเลน้อยลง ห่วงโซ่อาหารในโลกนี้ก็จะเริ่มพังไปด้วยเช่นกัน ค่อยๆเปลี่ยนแปลงจนสามารถมาทำลายห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ได้ จนถึงตอนนั้นมนุษย์เราก็จะเจอปัญหาของการขาดแคลนอาหาร

เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปถึงแม้จะเริ่มที่สัตว์น้ำ แต่ก็อย่าลืมว่ามีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่จะขึ้นมาอาศัยอยู่บนบกได้ ถึงอย่างไรมันก็ไม่สามารถอยู่บนบกได้ตลอด และมันก็จะเริ่มน้อยลง ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆตามชนิดของสัตว์ เหตุนี้จึงทำให้ท้ายที่สุดแล้วมีผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในโลก ถึงอย่างไรแล้วการที่โลกจะไม่มีดวงจันทร์โคจรนั้นคงยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้อย่างแน่นอน มันจะต้องใช้เวลาถึงหลายพันล้านปีเลยก็ว่าได้ ในตอนนั้นถ้ายังมีมนุษย์อยู่เชื่อเถอะว่าเทคโนโลยีและวิทยาการทางวิทยาศาสตร์บนโลกอาจจะก้าวหน้า เตรียมพร้อมที่รับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างแน่นอน