m5zn_9319645c9643fc1

ทรัพยากรสำคัญต่อโลกและมนุษย์เราอย่างไร

ทราบหรือไม่ว่าโลกเราเกิดขึ้นมาจากอะไร?

แล้วมนุษย์เราอาศัยอยู่บนโลกนี้ด้วยอะไร? หลายคนอาจจะไม่เคยคิดหรือตั้งคำถามกับมันเลยก็ว่าคำถามเหล่านั้นจำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอ แต่รู้ไว้ก็ดีนะเพราะถ้าวันหนึ่งเราต้องเผชิญกับสภาวะขาดทรัพยากรไป เราจะได้รู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลของสาเหตุที่เกิดขึ้นมันมาจากอะไร ใช่ และสิ่งที่เราจะนำมาคุยกันในวันนี้คือ เรื่องทรัพยากร ต้องขอกลับไปทวนคำถามก่อนว่าโลกเกิดขึ้นมาจากอะไร?

แน่นอนว่าหลายๆคนคงจะตอบว่า โลกนั้นเกิดมาจากการระเบิดตัวของ บิ๊กแบง เมื่อหลายล้านพันปีก่อน ถูกแล้ว สิ่งนี้เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาจริง แต่จะใช่แค่นั้นจริงๆนั้นเหรอ เมื่อระเบิดตัวออกมาแล้วยังไงต่อล่ะ เดิมที่โลกเรานั้นไม่มีอะไรเลย เหมือนเป็นก้อนหินแข็งๆ

ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพเกิดขึ้นต่างๆนานา จนกลายมาเป็นโลกเราในแบบปัจจุบัน และนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ค้นพบแล้วว่าอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โลกเปลี่ยนสภาพมาเป็นดั่งเช่นทุกวันนี้ก็คือ ทรัพยากรต่างๆ อย่างเช่น อากาศที่เป็นทั้งคุณและโทษ น้ำ แสงแดด แร่ธาตุชนิดต่างๆ เป็นต้น เพราะถ้าหากการทรัพยากรไปนอกจากจะทำให้โลกมีปัญหา ยังส่งผลกระทบไปถึงมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่อาศัยอยู่บนโลกด้วยเช่นกัน

อย่างทรัพยากรจากแร่ธาตุ ถ้าหากว่าไม่มีทรัพยากรนี้โลกก็ไร้แหล่งอาหาร ไม่มีอะไรมาควบคุม ซึ่งสามารถเปรียบเทียบกับแร่ธาตุที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์ได้ มนุษย์นั้นต้องการสารอาหารที่เป็นแร่ธาตุ เพื่อจะนำไปเสริมสร้างของระบบการทำงานอวัยวะภายในร่างกายให้มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับโลกนั้นแหละที่มีความต้องการแร่ธาตุที่จะนำล่อเลี้ยงชั้นด้านในของโลก อีกหนึ่งสิ่งที่คนมักจะคิดว่าเป็นทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดอย่างแน่นอนนั้นก็คือ น้ำ หลายคนเคยพูดว่า ไม่ทานอาหารเราอยู่ได้ แต่ถ้าหากไม่มีน้ำเราอยู่ไม่ได้ นั้นอาจจะเป็นจริงอย่างที่ว่านั้นแหละ

เพราะนำถือว่าเป็นทรัพยากรที่เยอะ แต่จะจริงเหรอถ้าหากว่าเราขาดน้ำแค่อย่างเดียวเราจะสามารถอยู่ได้ เหมือนหลายๆคนจะลืมอะไรไปนะว่า ถ้าเราไม่มีออกซิเจน เราก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันถือว่ามีการพัฒนามากยิ่งขึ้น เพราะในทางการแพทย์นั้นสามารถที่จะมีสร้างทรัพยากรอย่างออกซิเจนขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีในรูปแบบที่ถูกจำกัดจำนวนไว้ และไม่มีมากพอที่จะแจกจ่ายให้กับคนทั่วโลกได้ทุกคน เป็นเช่นนั้นออกซิเจนก็สำคัญเช่นเดียวกัน ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นตัวอย่าง

โดยพอสังเขป แต่อย่างไรนั้นทรัพยากรทั้งหมดบนโลกนี้ถือว่าสำคัญทุกอย่าง เพราะมันจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้โลกดำรงอยู่ และสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่รวมไปถึงมนุษย์อย่างเราเองด้วย เหตุนี้แหละเราจึงควรที่จะรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติเอาไว้ให้ดีที่ดีสุด อย่าพยายามทำลายมันเลย ไม่เช่นนั้นแล้วทั้งโลกและเราเองอาจจะต้องสูญพันธุ์และหายไปอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย   สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

m5zn_9319645c9643fc1

มนุษย์ต่างดาวพูดถึงการสูญพันธุ์ของมนุษย์

คุณเคยเห็นสิ่งลี่ลับหรือไม่? ไม่ใช่ผีนะ ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้คือ มนุษย์ต่างดาว ซึ่งบางทีเราก็อาจจะจัดให้มันอยู่ในหมวดของสิ่งลี่ลับ นั้นเป็นเพราะมนุษย์ต่างดาวยังถือว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถหาข้อเท็จจริงมาพิสูจน์ได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าหลายคนจะมีความเชื่อว่า จักรวาลที่ระยะเป็นอนันต์แห่งนี้อาจจะต้องมีดวงดาวที่เหมือนโลกห่างออกไปไกลมาก และมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่แน่ๆ โดยทางนักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งเองก็มีแนวคิดเช่นเดียวกัน

ถึงแม้ว่าการสำรวจไปยังนอกโลกจะยังไม่สามารถเดินทางไปตรวจสอบได้ทั่วจักรวาลก็ตาม แต่ก็มีหลักฐานมากมายที่บ่งบอกมีมนุษย์ต่างดาวเดินทางมายังโลกเรา นั้นก็คือ ภาพถ่ายทั้งแบบภาพนิ่งและแบบคลิปวีดิโอ ซึ่งหลายคนเองก็บอกว่าไม่จริง เป็นภาพตัดต่อ และแน่นอนว่าในหลักฐานต่างๆนี้ก็มีทั้งแบบจริงไม่ผ่านการตัดต่อภาพแต่อย่าง

รวมไปถึงคลิปลับที่มีการบันทึกภาพเป็นวิดีโอด้วยกล้องฟิล์ม เป็นคลิปลับที่ถูกอ้างว่ามันคือคลิปที่กำลังสอบปากคำมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลกแล้วโดนจับกลุ่ม เมื่อปีค.ศ.1964 โดยฐานลับสุดยอดของอเมริกา หรือเป็นที่ทราบกันดีในชื่อ แอเรีย 51 ในคลิปวิดีโอนี้มีการสอบปากไว้หลายเรื่อง ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการสอบปากคำในเรื่อง การสูญพันธุ์ของมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ต่างดาวเองก็ได้คำตอบที่ว่า มีปัจจัยหลากหลายอย่างที่ทำให้มนุษย์นั้นสูญพันธุ์นั้นก็คือ สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ การขาดแครนอาหารและยา สงครามนิวเคลียส ซึ่งมนุษย์บางจำพวกนั้นที่จะอยู่รอดและกลายพันธุ์ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ได้เท่านั้น

และนี่เป็นคำตอบที่ได้จากมนุษย์ต่างดาว ซึ่งได้มีการตั้งคำถามไปก่อนหน้านี้แล้วว่า คุณทราบได้อย่างไร แล้วพวกเขาเดินทางมาจากที่ไหน คำตอบเหล่านั้นก็คือ พวกเราคือพวกคุณ พวกเราเปลี่ยนสายพันธุ์มาจากพวกคุณ เป็นคำตอบที่สรุปได้ว่า มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ไม่ได้เดินทางมาจากนอกโลกหรือดาวดวงอื่นๆที่อยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่นั้น แต่เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับพวกเราที่ทำการเปลี่ยนสายพันธุ์

เพื่อให้มีชีวิตที่จะสามารถอาศัยอยู่บนโลกนี้ เมื่อถึงวันที่เผ่าพันธุ์ของมนุษย์นั้นสูญพันธุ์ และแปลว่าพวกเขานั้นได้เดินทางมาจากโลกในอนาคตนั้นเอง และเหตุผลของการกลับมายังอดีตนี้เขาได้บอกว่า เพียงแค่ต้องการเดินทางกลับมาสำรวจเหตุการณ์โลกในอดีตว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น ไม่มีความต้องการมาเปลี่ยนแปลงสิ่งใด เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ในเมื่อเวลาในอนาคตเหตุการณ์เหล่านั้นมันได้ถูกเกิดขึ้นไปแล้ว จบแล้วซึ่งการถามตอบในเรื่องของการสูญพันธุ์ของมนุษย์ในอนาคต แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีออกมาพิสูจน์ได้ว่าคลิปนี้เป็นคลิปจริงหรือไม่แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นทุกคนควรพิจารณาด้วยตัวเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

m5zn_9319645c9643fc1

กลับไปแก้ไขอดีตจากเหตุการณ์อนาคต ไม่มีทางเป็นไปได้

เขาว่ากันว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่ที่การกระทำของเราในเวลาปัจจุบัน ในกรณีที่เรานั้นไม่สามารถรับรู้อนาคตได้ มันก็คงเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าการเลือกอนาคตจะต้องคิดและไตรตรองเวลาในปัจจุบันให้เป็นอย่างดี แต่มันจะดีกว่าใช่หรือไม่ถ้าเรารับรู้อนาคตของเราว่ามันจะเป็นอย่างไร เพื่อว่าจะรู้ได้ว่าในปัจจุบันนั้นเราเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือไม่

แน่นอนว่าคุณต้องมีความคิดอย่างนั้นอยู่ที่อยากจะเห็นอนาคตของตัวเอง และมันก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการเดินทางข้ามเวลา ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้จริง แต่หลายๆคนคงกำลังคิดสินะว่าในอนาคต ถ้าโลกของสามารถสร้างไทม์แมทชีนเหมือนกับในการ์ตูนชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่างโดเรม่อนได้ ก็คงจะดี อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ได้ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ

และทฤษฎีอควอนตัม ที่มีความเกี่ยงโยงกับเรื่องของมิติเวลา ผ่านมา 100 ปีแล้วที่มีทฤษฎีนี้ เพราะมันไม่สามารถจะหาข้อพิสูจน์ได้ แต่ก็ยังมีคนเชื่อว่ามันสามารถเป็นไปได้ ซึ่งในกลุ่มของผู้ที่คิดว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นเป็นไปได้ก็ได้ทำการหาข้อขัดแย้งขึ้นมาเรียกว่า ไทม์ พาราด็อก (Time Paradox) หรือ ข้อขัดแย้งการย้อน ในบทความนี้เราจะมาพูถดถึงข้อขัดแย้งรูปแบบการเดินทางข้ามเวลาไปยังอนาคต เพื่อกลับมาแก้ไขปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องการจะเดินทางข้ามเวลาไปยังอนาคตเพื่อดูตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้า แล้วพบว่าตัวคุณในอีก 5 ปี ล้มละลายจากธุรกิจที่กำลังจะสร้างขึ้นพร้อมกับมีหนี้สินมากมาย

เมื่อคุณเดินทางกลับมายังเวลาในปัจจุบันของคุณ คุณเปลี่ยนใจไม่ต้องการที่จะทำธุรกิจแล้ว แต่กลับไปเป็นพนักงานเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจอปัญหาในอนาคต คำถามก็คือ แล้วอนาคตไปไหน? ถ้าคุณกลับมาเปลี่ยนปัจจุบันของคุณได้แล้ว แล้วอนาคตที่คุณไปเห็นนั้นมันหายไปไหน ทั้งๆที่อนาคตนั้นที่คุณได้เดินทางข้ามเวลาไปเห็นก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วเช่นเดียวกัน เพราะถ้าคุณกลับมาเปลี่ยนเรื่องราวในปัจจุบันได้ อนาคตส่วนนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นให้คุณเห็นแบบนั้นสิ ใช่หรือไม่ จากข้อขัดแย้งทำให้เห็นแล้วว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ อันที่จริงที่ข้อขัดแย้งไม่ได้ต้องการจะทำลายความเชื่อในเรื่องของมิติเวลา

เพียงแต่ว่าต้องการข้อพิสูจน์ หาความจริงที่จะสามารถนำมาหักล้างข้อขัดแย้งที่ตั้งขึ้นเอาไว้ก็เท่านั้น แต่ในเมื่อไม่มีคำตอบจากข้อขัดแย้งที่สร้างขึ้นมา ก็เท่ากับว่ามิติเวลานั้นไม่มีอยู่จริง และการจะสร้างไทม์แมทชีนที่จะใช้ในการเดินทางข้ามเวลานั้นก็ไม่สามารถทำได้จริง

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล

m5zn_9319645c9643fc1

สิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์คือผู้มาจากฟ้าของยุคโบราณ

การได้ส่งยานอวกาศพร้อมนักบินขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก โดยเริ่มส่งยานอวกาศขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 และลงจอดที่ดวงจันทร์ในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 ด้วยยานอวกาศที่มีชื่อว่า อะพอลโล11 จุดประสงค์ของการส่งยานอวกาศพร้อมนักบินขึ้นไปนั้น เพื่อต้องการจะศึกษาดวงจันทร์ แต่ในเบื้องหลังซึ่งเป็นความลับที่แม้แต่องค์กร NASA ฐานทัพในการสร้างและส่งยานอะพอลโล11 ก็ปิดบังเอาไว้

แต่สุดท้ายก็คลิปหลุดออกมาก คือ คลิปการค้นพบสิ่งแปลกประหลาด โดยนีล อาร์มสตรอง 1 ในนักบินอวกาศของภารกิจอะพอลโล่11 ได้ถ่ายบันทึกเอาไว้ได้ ซึ่งเห็นเป็นวัตถุที่มีลำแสงกำลังเคลื่อนที่อยู่แล้วก็หายไป ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่มองเห็นนั้นก็ไม่สามารถที่ระบุได้อย่างแน่ชัดว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่สำหรับคนที่ได้ชมคลิปนี้ไปแล้วนั้นต่างก็บอกว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวแน่นอน ในเวลาต่อมาคลิปนี้จึงถูกลบออกไป และอีกครั้งที่มีคลิปถูกเผยแพร่ออกมาจากการเดินทางสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งของอะพอลโล20 ที่เป็นการร่วมมือกันของสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย

ที่นำยานอวกาศกับนักบินขึ้นไปสำรวจบนดวงจันทร์ และเป็นอีกครั้งที่ได้พร้อมกับสิ่งแปลกประหลาด ที่สามารถเก็บขึ้นมาได้ โดยทำการบันทึกภาพวิดีโอเอาไว้เช่นเดียวกัน นั้นก็คือ ร่างของผู้หญิงดูแล้วน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว ที่รูปร่างลักษณะเหมือนกับมนุษย์โลก แต่ที่แปลกและแตกต่างออกไปคือ เธอมีตาที่ 3 อยู่บนหน้าผากระหว่างคิว ในตอนแรกที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่หลายคนบอกว่ามันเป็นคลิปปลอม ที่ถูกจัดฉากขึ้น แต่สิ่งที่ในคลิปยืนยันได้ว่าไม่ใช่คลิปปลอมคือ ภายในยานอวกาศที่ระบบและเครื่องมือการทำงาน พร้อมกับสัญลักษณ์การร่วมมือกันของสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ที่ยืนยันว่าคลิปนี้เป็นของจริง

และการค้นพบร่างของผู้หญิงตามที่ 3 นี้ก็เป็นเรื่องจริง จากคลิปนี้ทำให้มีข้อมูลที่สามารถนำมาโยงได้ว่า ร่างของผู้หญิงคนนี้ก็คือ มนุษย์ต่างดาว เธอไม่ใช่มนุษย์โลก ตามหลักฐานยุคโบราณที่ได้กล่าวถึงว่า มนุษย์ยุคโบราณมีหลากหลายชนเผ่า ซึ่งได้มีอยู่ชนเผาหนึ่งเป็นมนุษย์มี 3 ตา มนุษย์ชนเผานี้เป็นมนุษย์ชนเผ่าที่มาจากฟ้า ถือได้ว่าเป็นชนเผ่าที่สูงส่งเป็นอย่างมาก หากเป็นสมัยก่อนนั้นอาจจะยังไม่รู้จักคำว่า มนุษย์ต่างดาว

แต่เป็นความเชื่อว่ามนุษย์นั้นมีหลายชนเผ่า แต่ในยุคปัจจุบัน ถ้าหากว่านี้เป็นมนุษย์ที่มาจากฟ้าตามหลักฐานที่ถูกนำมาอ้างอิงแล้ว ก็เท่ากับว่าเธอคือ มนุษย์ต่างดาว ยิ่งจะสามารถเพิ่มความเชื่อได้เลยว่า ไม่ได้มีเพียงแค่โลกของเราเท่านั้นที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และในเวลาต่อมาคลิปนี้ก็ถูกลบไป แต่ก็ยังมีผู้ที่ดาวน์โหลดเก็บเอาไว้มาเผยแพร่เหมือนเคย ถึงอย่างไรนั้นก็ต้องตรวจสอบกันต่อไป ถ้าหากเป็นเรื่องจริง ทางสหรัฐอเมริกาและรัสเซียเองคงจะมีเหตุผลในการปิดบังเรื่องนี้เอาไว้อย่างแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

m5zn_9319645c9643fc1

ความจริงของทฤษฎีควอนตัม

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง โดเรม่อน ที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาทั้งไปอนาคตและอดีต จากจิตนาการในการ์ตูนหรือสื่อหลายๆช่องทางนั้น ทำให้คนเราในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นเชื่อว่า การเดินทางข้ามเวลานั้นสามารถเกิดขึ้นจริงได้ ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะว่าทฤาฎีอควอนตัม ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่คิดค้นเอาไว้เมื่อประมาณ 100 กว่าที่ผ่านมา ทำให้หลายๆคนหวังว่าวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์จะสามารถพัฒนาทำให้สร้างไทม์แมทชีนขึ้นมาได้

ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะยืนยันแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็ได้ ทฤษฎีอควอมตัมเองนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ทฤษฎีอควอนตัมมีแนวความคิดไปในทางของเรื่องจักรวาลและมิติเวลา ซึ่งได้มีนิยามว่า ทฤษอควอนตัม นั้นเป็นศาสตร์ที่ไม่สามารถบอกอะไรได้เลย ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย เป็นทฤษฎีที่ต้องอนุภาคที่เล็กมากๆในการพิสูจน์หาคำตอบ

และสิ่งที่เล็กมากๆก็คือ อะตอม ซึ่งอะตอมไม่ใช่อนุภาคที่เล็กที่ที่สุด สิ่งที่เล็กกว่าอะตอมก็คือ โปรตรอน นิวตรอน อิเล็กตรอน และยังมีสิ่งที่เล็กกว่าอนุภาคเหล่านี้อีกก็คือ ควาก์ ถ้าหากถามว่ามีสิ่งที่เล็กกว่านี้อีกหรือไม่ก็ต้องตอบว่ามี ทฤษฎีอควอนตัมจึงถูกแยกออกเป็นหลาหลายมิติ ตามอนุภาคโดยมีทั้งหมด 11 มิติ แต่ถึงอย่างไรทฤษฎีอควอนตัมก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่หาคำตอบไม่ได้อยู่เช่นเคย เพราะมันถูกทฤษฎีอื่นๆมาหักล้างเอาไว้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเวลาเหมือนกันอย่าง ทฤษฎีแรงโน้ม ของเซอร์ ไอแซคนิวตัน ที่ได้อธิบายเรื่องเวลาไว้ว่า เวลามีความคงที่

ไม่สามารถที่จะบิดเบือนได้ ไม่สามารถไปข้างหน้าหรือย้อนกลับได้ แต่ทฤษฎีอควอนตัมของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์นั้น อธิบายเรื่องของเวลาว่า เวลาสามารถบิดเบือนได้ ยิ่งมวลเยอะมาก ก็จะมีผลต่อกาลเวลามาก สามารถที่จะเดินทางไปข้างหน้าและย้อนกลับมาได้ เป็นต้น เพราะมีข้อขัดแย้งจากทฤษฎีที่การพูดถึงเวลาไว้มากมาย ทำให้การค้นหาคำตอบนั้นเป็นไปได้ยาก และในทฤษฎีอควอนตัมเองอย่างที่ได้กล่าวไปว่าเป็นศาสตร์ที่ไม่บอกอะไรเลย

เพราะส่วนแล้วทฤษฎีนี้นั้นเกี่ยวกับจักรวาล ซึ่งในเรื่องของจักรวาลเองนั้น มนุษย์เราก็ไม่ได้คำตอบเยอะแยะมากมายจากจักรวาลมากนัก จึงกลายเป็นว่าทฤษฎีนี้ยังคงต้องทำการศึกษากันต่อไปเพื่อค้นหาคำตอบ ว่าแท้จริงแล้วมันเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดหรือไม่ จักรวาล ไทม์แมทชีน มิติเวลา การเดินทางข้ามเวลา ถ้าหากว่าเราสามารถหาคำตอบของเรื่องจักรวาลได้ คำตอบอื่นๆเราก็จะสามารถได้คำตอบเหมือนกัน คงเพียงแค่หวังว่าวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตจะมีก้าวไกลและล้ำมากขึ้น เพื่อหาคำตอบของทฤษควอนตัมของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่พยายามหาคำตอบเอาไว้ก่อนเสียชีวิตให้ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ตารางบอลพรุ่งนี้

m5zn_9319645c9643fc1

น้ำบนโลกมาจากไหนกันแน่

เชื่อกันว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะมีหลักฐาน มีข้อเท็จจริง มีการทดลอง แต่ความจริงแล้วคุณจะทราบหรือไม่ว่ายังมีอะไรอีกหลายๆ อย่างที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์ และเป็นปริศนาที่ต้องหาคำตอบมาเป็นเวลานาน อย่างเช่นเรื่อง ผี เรามักจะบอกว่าไม่มีอยู่จริงเพราะไม่สามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งในกลุ่มของคนที่เชื่อว่ามันมีอยู่จริงจึงได้โต้กลับมาว่า ที่ไม่สามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์

เพราะวิทยาศาสตร์ไม่มีศักยภาพพอหรือป่าวถึงไม่สามารถหาคำตอบได้ เรียกได้ว่าแนวคิดนี้ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน เนื่องจากสิ่งที่สามารถเห็นบางอย่างเอง วิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถหาคำตอบที่แน่ชัดมายืนยันได้ และเป็นเพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น เช่นเดียวกันที่ในบทความนี้จำเสนอนั้นก็คือ น้ำบนโลก มาจากไหน? มีที่มาจากอย่างไร?

ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ได้พูดถึงการเกิดโลก ที่มีแนวคิดว่า เดิมที่โลกมีแต่พื้นดิน พื้นหิน และลาวาเท่านั้น แล้วน้ำเกิดขึ้นมาจากไหน คิดไปต่างๆนานาจะมีความคิดที่ว่า หรือน้ำจะมาอวกาศนอกโลก? ได้มีนักวิจัยออกมาอธิบายถึงหลักฐานชิ้นแรกที่พบว่า น้ำเป็นส่วนประกอบหนึ่งของก้อนหินบนดวงจันทร์ จึงมีการสันนิฐานว่าพื้นผิวชั้นในของดวงจันทร์นั้นน่าจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ หินของดวงจันทร์นั้นมีลักษณะทางเคมีที่มีความเหมือนกับหินบนโลก จึงเป็นแนวความคิดที่ว่าน้ำบนดวงจันทร์มีแหล่งกำเนิดเดียวกันกับน้ำบนโลกอย่างแน่นอน แต่อย่างไรนั้นก็ยังเป็นที่สงสัยอยู่ว่าอะไรคือแหล่งกำเนิดน้ำ

และน้ำไปอยู่บนดวงจันทร์ได้อย่างไร จึงได้มีนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 90% เชื่อว่ามันน่าจะเกิดจากการที่อุกกาบาตเข้ามาพุ่งชนโลกเมื่อ 4,500 ล้านปีที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งอุกกาบาตเหล่านั้นมีพลังงานและอุณหภูมิที่สูงก็จริง แต่คาดว่าในอุกกาบาตนั้นจะมีแหล่งกำเนิดน้ำอยู่ หรือไม่ก็เป็นเพราะเมื่ออุกกาบาตลงมาที่โลกและแร่ธาตุต่างๆบนโลกทำปฏิกิริยาร่วมด้วยจึงทำให้เกิดน้ำขึ้น ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ก็ยังเป็นเพียงการสันนิฐานที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้อีกเช่นเคย ในเวลาต่อมานักวิจัยทางมหาวิทยาลัย Brown ทำการตรวจสอบและพบน้ำที่อยู่ในหินของดวงจันทร์

จึงได้สรุปออกมาว่า ดวงจันทร์เป็นซากฟอสซิลที่ได้มีการบันทึกการก่อกำเนิดโลก นั้นหมายถึงว่าเดิมทีดวงจันทร์อาจจะเคยเป็นโลกมาก่อน แต่อย่างไรแล้วเรื่องน้ำบนโลกนี้ก็ยังเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบันเช่นเดิม และนักวิทยาศาสตร์เองก็ต่างพยายามหาคำตอบมาเป็นเวลานาน โดยไม่มีการหยุดการค้นหาจนว่าจะได้คำตอบ และวิทยาการทางวิทยาศาสตร์เราเองก็ก้าวหน้ามาจากเดิมมากแล้ว อีกไม่นานก็อาจจะได้คำตอบอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

m5zn_9319645c9643fc1

ลักษณะของมนุษย์ต่างดาว

เรื่องของมนุษย์ต่างเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งหาต้นกำเนิดไม่ได้เลยว่าได้มีการเริ่มเห็น เริ่มรู้จัก และเรียกมันว่ามนุษย์ต่างดาวได้อย่างไร เพราะไม่ได้มีหลักฐานปรากฏไว้อย่างแน่ชัด และก็ไม่มีหลักฐานของมนุษย์ต่างดาวเอาไว้ด้วย ซึ่งในเวลาต่อมาเทคโนโลยีได้มีความหน้าเพิ่มมากขึ้น เรื่องของมนุษย์ต่างดาวเองก็ได้เริ่มมาเป็นที่กล่าวถึงกันอีกครั้ง จากหลักฐานที่หลายๆบอกว่าได้เห็นจริง และได้ถ่ายภาพไว้ได้จริงทั้งภาพถ่าย

และภาพบันทึกวิดีโอ เมื่อการพบมนุษย์ต่างดาวพร้อมหลักฐานเหล่านี้ ในตอนนั้นเองประชากรทั่วทุกมุมโลกจึงเกิดความแตกตื่นกันเป็นอย่างมาก จนต้องทำให้นำหลักฐานไปตรวจสอบอย่างละเอียด และพบว่าส่วนใหญ่หลักฐานเหล่านั้นเป็นของปลอม จะมีของจริงแค่บางส่วนนั้น แต่ก็ไม่อาจเชื่อได้100% และภาพหลักฐานส่วนใหญ่นั้นก็เป็นภาพเกี่ยวกับจานบินทั้งนั้น

ในส่วนของมนุษย์ต่างดาวนั้นยังไม่มีใครเคยพบเห็น ซึ่งถือได้ว่าลักษณะของมนุษย์ต่างดาวนั้นยังคงเป็นปริศนา และเกิดขึ้นมาโดยจิตนาการเป็นเสียส่วนใหญ่ บางคนได้กล่าวว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีรูปร่างถ้าสูงก็จะสูงมาก หรือถ้าเล็กก็จะเล็กมาก ผอมแห้งจนเห็นกระดูก มีผิวกายเป็นสีเทา มีตาที่กลมโต ไม่มีตาขาว มีแต่ตาสีดำ มีหัวที่ใหญ่ หรือบ้างก็บอกว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นก็เหมือนกับมนุษย์โลกเราทุกอย่าง เพียงแต่มนุษย์ต่างดาวมีวิวัฒนาการทางสมองสูงถึง100% ที่จะสามารถสื่อสารกันทางจิตแทนการพูดได้ และมีอีกหนึ่งแนวคิดที่อาศัยหลักฐานจากภารกิจการสำรวจดวงจันทร์ของอะพอลโล่20 ได้มีการค้นพบร่างของผู้หญิงที่เสียชีวิตแล้ว

ลักษณะของเธอเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง แต่เธอมีตาที่ 3 อยู่ตรงหน้าผาก ซึ่งหลักฐานมันไปตรงกับหลักฐานของคนโบราณว่าในสมัยก่อนได้มีมนุษย์ชนเผ่าหนึ่งที่ถูกกล่าวว่าเป็นมนุษย์ชนเผ่าจากฟ้า และคลิปหลักฐานจากอะพอลโล่20ก็ได้ถูกลบไปในภายหลัง และทางองค์กร NASA เอง

ก็ไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะเป็นคลิปหลุดที่ก็ไม่มีใครทราบว่าองค์กร NASA ได้ทราบเรื่องนี้หรือไม่ และการที่ลักษณะของมนุษย์ต่างดาวนั้นถูกเล่าขานกันมานั้นมีความแตกต่างกัน เป็นไปได้หรือไม่ว่ามนุษย์ต่างดาวเองนั้นก็มีหลากหลายเผ่าพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ดวงดาวที่แตกต่างกัน เพราะได้มีความเชื่อที่ว่าเรื่องเล่าถ้าไม่มีมูล ก็คงไม่มีการพูดถึงสืบต่อมาอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่แน่เสมอไป

มนุษย์เราเองนั้นมีจิตนาการที่สูงกันเป็นเสียส่วนใหญ่ และคงต้องรอเวลาต่อไปว่าวิทยาการทางวิทยาศาสตร์จะสามารถค้นหามนุษย์ต่างดาวได้หรือไม่ หรือมนุษย์ต่างดาวจะเปิดตัวกับชาวโลกเอง หรือองค์กร NASA กำลังปิดบังอะไรพวกเราอยู่ หรือมนุษย์ต่างไม่มีอยู่จริงกันแน่

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

m5zn_9319645c9643fc1

หลุมดำมวลแรงดึงดูดที่มหาศาล

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “หลุมดำ”  แต่ก็คงยังไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดกันแน่เนื่องจากมันอาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ไกลตัวสำหรับคนธรรมดาแบบเรา แต่ว่าในวงการนักวิทยาศาสตร์ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะนอกจากจะเป็นวัตถุทางอวกาศที่เป็นปริศนา ซึ่งผู้ที่ค้นคืดทฤษฎีหลุมดำนี้ก็คือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก โดยที่แม้แต่ตัวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เอง

ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่ามันมีอยู่จริงเพราะหลุมดำถือเป็นอนุภาคที่มีมวลมหาศาลเป็นอย่างมากและเป็นอนุภาคที่มีความพิศวง จนไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีอยู่จริงเพราะมันเป็นวัตถุที่มีแรงดึงดูดมาก จนแม้แต่แสงก็ไม่อาจหลุดพ้นแรงดึงดูดที่มหาศาลของมันได้ แต่หลายคนคงอาจจะสงสัยว่าแล้ว หลุมดำนั้นเกิดจากอะไร หลุมดำนั้นเกิดจากดาวฤกษ์ที่หมดอายุขัย แล้วดับตัวลง จึงสงผลให้มันเกิดการยุบตัว เมื่อมันหมดพลังงานแล้วดาวฤกษ์จะเกิดแรงยุบตัวจากแรงดึงดูภายในตัวของมันเอง แล้วหลังจากนั้นมันก็จะเริ่มดูดกลืนสิ่งต่างๆที่อยู่รอบข้าง จนในที่สุดมันก็กลายเป็นหลุมดำ แม้ว่าหลุมดำนั้นจะเกิดขึ้นในที่ที่ห่างไกลเรามากๆ แต่ว่าหากเราได้ทำการศึกษาหาข้อมูลจากมันแล้ว อาจจะเป็นประโยชน์อย่างสำหรับเราก็ได้ว่า โลกและจักรวาลของเรานั้นเเกิดขึ้นได้อย่างไร 

แน่นอนว่าหลุมดำนั้นเป็นอนุภาคที่ค่อนข้างจะเกิดอยู่ไกลกับโลกของเรามาก แต่ว่าล่าสุดกล้องโทรทัศน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของเราได้ตวรจจับภาพหลุดดำมวลยิ่งยวดที่อยู่ในกาแล็คซี่ M87 ซึ่งมีลักษณะเป็นหลุมดำวงรี ซึ่งได้อยู่ห่างจากโลกของเราออกไปถึง 55 ล้านปีแสงซึ่งถ้าหากมองผ่านกลุ่มดาวก็จะหันไปทางกลุ่มดาวหญิงสาว ซึ่งเจ้าหลุมดำอันนี้มีมวลมากกว่า 6,500 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ที่อยู่ใจกลางของระบบสุริยะจักรวาลของเรา จากตัวเลขระยะทางที่เราได้ค้นพบเจ้าลุมดำมวลยิ่งยวดอันนี้นั้นเป็นค่อนข้างที่จะอยู่ไกลจากเรามากๆ แต่ด้วยการรวมพลังทางความคิดของเหล่านักวิทยาศาสตร์ จึงส่งผลให้ตรวจหาเจ้าหลุมดำอันนี้จนเจอ

มีนักสิทยาศาสตร์เจ้าอเมริกาที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับกาแลคซี่ต่างๆมากถึง  530,000 กาแลคซี่ ผลจากการศึกษาบ่งบอกว่าการที่กาแลคซี่นั้นมีขนาดที่ใหญ่มากเท่าใด หลุมดำที่อยู่ใจกลางกาแลคซี่นั้นก็ย่อมมีขนาดที่ใหญ่ตามด้วย เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าใจกลางของกาแลคซี่นั้นเป็นหลุมดำ ดังนั้นการที่มีขนาดของกาแลคซี่ที่จึงย่อมที่จะมีขนาดของหลุมดำที่ใหญ่ตามเช่นกัน แต่ว่าหลุมดำนั้นจะไม่มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะกลืนกินกาแลคซี่ของมันเอง 

ปัจจุบันเราได้มีการค้นพบหลุมมวลยิ่งยวดที่อยู่ใจกลางกาแลคซี่ถึง 3 หลุม และทั้ง 3 หลุมนั้นก็กำลังที่จะเกิดการชนกัน ฉะนั้นจึงเปรียบได้ว่า กาแลคซี่ทั้ง 3 กำลังที่จะเกิดการรวมตัวกันเกิดขึ้น ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่มีมหัศจรรย์มากในวงการนักดาราศาสตร์ เนื่องจากเราจะไม่สามารถพบเจอเหตุการณ์นี่ได้บ่อยๆ แต่ว่าก็ยังไม่ได้เกิดการรวมกันขึ้นเนื่องจากการเดินทางมาชนกันนั้น ค่อนข้างที่จะมีระยะทางที่ไกล ดังนั้นเราจึงจะไม่ได้เห็นการชนกันแบบจะๆ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า หากเกิดการชนกันขึ้น มันจะส่งพลังงานมวลต่ำแผ่ออกไปยังทั่วเอกภพ

 

 

สนับสนุนโดย   เว็บพนันต่างประเทศ ถูกกฎหมาย

m5zn_9319645c9643fc1

เป็นไปได้หรือเปล่าว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังสู้รบ

มีมนุษย์มากมายหลายเผ่าพันธุ์มาเยี่ยมเยือนโลกจริงหรือไม่และถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเขาทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธ์เดียวกันหรือเปล่านักทฤษฏีมนุษย์อวกาศโบราณตอบว่าไม่และคนในวงในของรัฐบาลบางคนอย่าง พอล เฮลล์เยอร์ อ้างว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวต่างเผ่าพันธ์มีวัตถุประสงค์ที่ขัดแย้งกันและวัตถุประสงค์เหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อมนุษยชาติไปทั้งหมดเป็นไปได้หรือไม่ที่คำกล่าวอ้างว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังสู้รบเพื่อช่วงชิงอำนาจเหนือโลกเป็นความจริงนักทฤษฏีมนุษย์อวกาศโบราณ

เชื่อว่ามีหลักฐานยืนยันความขัดแย้งนี้แล้วมันก็ดำเนินมาหลายพันปีแล้วด้วย มุมไบ ประเทศอินเดีย วันที่4มกราคม ปี2015 สภาวิทยาศาสตร์อินเดียที่102ร่วมกับมหาวิทยาลัยมุมไบได้จัดการสัมมนาในหัวข้อวิทยาศาสตร์โบราณผ่านภาษาสันสกฤตที่เป็นศูนย์กลางของการสัมมนาคือคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุดศาสนาฮินดูในนั้นนอกจากทบกวี ตำนาน วิทยาการ ตลอดจนปรัชญาต่างๆ

แล้วยังมีเรื่องราวของมหาสงครามระหว่างเทพเจ้า ผู้ลงมาจากฟ้าอีกด้วยคัมภีร์มหาการตะ รามายณะ และ พระเวศน์ สามมหากาพย์สำคัญทางศาสนาฮินดูคือตำราภูมิปัญญาโบราณแห่งชมพูทวีปเรื่องราวแจ่มชัดชวนติดตามส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและการศึกษาสงครามเทพเจ้าต่างๆ สู้รบกันตลอดเวลาด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือธรรมดามากเรื่องราวส่วนใหญ่เต็มไปด้วยการสู้รบที่มีความยิ่งใหญ่ ซึ่งตำนานในศาสนาหฮินดูนั้นเป็นเรื่องราวระหว่างสงครามของเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์ที่สภาวิทยาศาสตร์อินเดียนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการจำนวนหนึ่งนำเสนอทฤษฏี

ซึ่งเป็นที่ถูกเถียงกันในวงกว้างว่ามหากาพย์ฮินดูโบราณที่มีอายุย้อนไปได้ถึง1,700ปีก่อคริสตกาลมันไม่ใช้แค่นิทานปรัมปราแต่เป็คำบรรยายบุคคลและเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงเทคโนโลยีล้ำยุคที่มีอยู่จริงเมื่อหลายพันปีก่อน  วิทเทนเบิร์ก เยอรมนี ปี1766 นักดาราศาสตร์โยฮันดาเนียลเสนอว่าแผนผังดวงดาวในระบบสุริยะของเรามีรูปแบบที่สอดคล้องกันอยู่ยกเว้นแต่ความผิดปกติประการหนึ่งการกระจานตัวของดวงดาวในระบบสุริยะเป็นปรศนาเสมอมาดูเหมือนว่าพวกมันจะกระจายตัวตามรูปแบบทางคณิตศาสตร์อะไรบางอย่างยกเว้นก็แต่ช่องโหว่ขนาดใหญ่ระหว่างดาวอังคารกับพฤหัส

เมื่อไปดูที่นั่นในวันนี้สิ่งที่จะเห็นก็คือ ดาวเคราะห์น้อยตลอดจนชิ้นส่วนหินจำนวนมหาศาลการค้นพบนี้ ทำให้นักดาราศาสตร์สรุปว่าครั้งหนึ่งต้องเคยมีดวงดาวตั้งอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสและสิ่งที่อยู่ระหว่างช่องว่างนี้ตอนนี้ก็คือแถบดาวเคราะห์น้อยนักวิทยาศาสตร์หลายคนคาดการณ์ว่าดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้คือชิ้นส่วนของโลกที่ถูกทำลายเมื่อหลายพันปีก่อนด้วยการชนกันของดวงดาวแต่นักทฤษฏีมนุษย์อวกาศโบราณเชื่อว่าความพินาศของดาวเคราะห์ที่หายสาบสูญนี้อาจไม่ได้มาจากสาเหตุธรรมชาติ

m5zn_9319645c9643fc1

การเดินทางข้ามเวลามาบอกข้อมูลอนาคตให้อดีตรู้ ขัดแย้งมิติเวลา

คุณเคยมีความคิดอยากจะเดินข้ามเวลาหรือไม่?

ไม่ว่าจะเดินทางข้ามเวลาไปยังอนาคต หรือเดินทางข้ามเวลาไปยังอดีต แน่ว่าคุณอาจจะต้องเคยคิดเรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่มันจะเป็นไปได้จริงๆนั้นเหรอ จิตนาการจากการ์ตูน นิยาย ภาพยนตร์ สิ่งเหล่านั้นก็ยังถือว่าเป็นจิตนาการอยู่ดี ซึ่งตัวคุณก็ทราบดีว่ามันคงเป็นได้ยาก แต่ก็ยังมีอีหลายคนที่มีความเชื่อว่าเรื่องการเดินทางข้ามเวลานั้นสามารถเป็นไปได้ ตามทฤษฎีอควอตัม และทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่ค้นพบเมื่อ 100 ปีก่อน ทฤษฎีทั้งหมดนี้ยังถือว่าเป็นเพียงทฤษฎี เพราะมันยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งมันอาจจะมีทั้งความเป็นไป

และไม่ได้ หลายๆคนเพียงหวังแต่ว่าในอนาคต วิทยาการทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้ามากขึ้น ถึงตอนนั้นมนุษย์เราอาจจะมีไทม์แมทชีนที่จะสามารถใช้ในการเดินทางข้ามเวลาไปยังที่ต่างๆได้ และอย่างที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นมีผู้คนหลายคนนั้นมีความเชื่อว่าการเดินทางนั้นเป็นไปได้ มิติเวลานั้นมีอยู่จริง แน่นอนว่าในทางของวิทยาศาสตร์จะต้องมีข้อสันนิฐานขึ้นมาโต้แย้งอยู่เสมอ ไม่ได้โต้แย้งเพื่อจะบอกว่ามันไม่มีจริง แต่การโต้แย้งเพื่อหาความน่าจะเป็น ข้อเท็จจริง ถ้าหากว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นเป็นไปได้ ซึ่งได้มีผู้ตั้งข้อสงสัยขึ้นมาคือ ข้อขัดแย้งการย้อนเวลา หรือ Time Paradox

และในบทความนี้เราจะยกตัวอย่างของข้อขัดแย้งรูปแบบหนึ่งขึ้นมานั้นก็คือ การนำข้อมูลจากอนาคตมาบอกให้อดีตรู้ อย่างเช่น ตัวคุณนั้นอยู่ในปัจจุบันที่มีวิทยาการทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่งในเวลานั้นได้มีการเปิดตัวไทม์แมทชีนครั้งแรกให้โลกได้รู้ว่านี่คือ สิ่งประดิษฐ์ที่จะสามารถเดินทางข้ามเวลาได้เป็นครั้งแรกของโลก และเมื่อคุณได้ทำการเดินทางข้ามเวลาไปยังอดีต

ไปบอกนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกี่ยวกับข้อมูลของไทม์แมทชีน ก็แปลว่านักวิทยาศาสตร์ในอดีตก็จะสามารถสร้างไทม์แมทชีนขึ้นมาเช่นเดียวกัน ข้อขัดแย้งอันนี้ต้องการจะบอกว่า แล้วสรุป ไทม์แมทชีนเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อตอนไหนกันแน่ ทั้งๆที่โลกที่คุณอยู่นั้นคนที่สร้างไทม์แมทชีนคนนั้น เป็นคนแรกที่สามารถสร้างแมทชีนได้ แล้วการที่คุณเอาข้อมูลไปบอกคนในอดีตแล้วคนในอดีตก็สร้างได้ แล้วย้อนกลับไปบอกคนในอดีตอีกเป็นทอดๆ

หากเป็นเช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร ซึ่งข้อขัดแย้งยังถือว่าหนักแน่นมากเพราะก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบในเรื่องนี้ จึงทำให้มีแนวทางที่ว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นเป็นเรื่องไม่จริง และไม่สามารถมีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอนตราบใดที่ยังหาข้อพิสูจน์มาหักล้างข้อขัดแย่งได้