m5zn_9319645c9643fc1

วิทยาศาสตร์ : ชีววิทยา

วิทยาศาสตร์ : ชีววิทยา เป็นยังไง

        เมื่อได้เห็นกับคำว่าชีววิทยาก็เชื่อว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนคุ้นเคยกับเรื่องนี้กันมาบ้างเป็นอย่างดีระดับหนึ่ง เนื่องจากว่าเรื่องนี้เป็นได้เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการเรียนที่ได้มีการบรรจุลงไปในหมวดหมู่ของกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนว่าสถานศึกษาหรือโรงเรียนทุกแห่งจะต้องทำการสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็อาจจะมีบางคนที่หลงลืมเนื้อหา หรือเรื่องราวที่น่าสนใจของชีววิทยาไปแล้ววันนี้เราจึงถือใช้โอกาสนี้ในการบอกเล่าเรื่องราวของชีววิทยาให้กับทุกๆคนได้ทราบกัน

       “ชีววิทยา” หรือที่ในภาษาอังกฤษก็จะเรียกกันว่า “Biology” คำนี้มีที่มาของคำจากภาษากรีก

โดยแตกขยายออกมาจากคำว่า bios และ logos ซึ่ง bios นั้นมีความหมายว่า สิ่งมีชีวิต ส่วน logos มีความหมายว่า วิชา นั่นเอง ซึ่งชีววิทยาที่เราทุกคนต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดีนั้นก็คือ ศาสตร์วิชาอย่างหนึ่งในหมวดของเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ ที่ได้ทำการศึกษาเรื่องราว และข้อมูลที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในแต่ละชนิดบนโลกใบนี้ตามจำแนกของชนิดต่างๆด้วยเหตุผลที่เหมาะสมสอดคล้อง

โดยจะทำการศึกษาข้อมูลและความเป็นจริงในเรื่องที่เกี่ยวกับโครงสร้างในการทำงาน การเจริญเติบโตหรือวิวัฒนาการของสิ่งนั้นๆ ฐานถิ่นกำเนิดรวมไปถึงการกระจายหรือขยายสายพันธุ์ และทั้งนี้ก็ยังมีด้านอื่นอีกมากมายที่ล้วนแล้วจะมีความเกี่ยวพันกันกับเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการใช้แนวคิด และกระบวนการในการศึกษาของทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องอาศัยการสังเกตเพื่อหาข้อเท็จจริงเป็นหลักสำหรับใช้ในการทำการศึกษาหรือค้นคว้าข้อมูลต่างๆเหล่านี้ต่อไปได้อย่างสมเหตุสมผล

เพื่อให้เกิดความละเอียดในชุดข้อมูลที่จะต้องนำไปเสนอหรือทำการศึกษาในลำดับขั้นต่อไป และการค้นคว้าก็จะต้องมีการพึ่งพาหรืออาศัยการใช้จำพวกเครื่องมือซึ่งก็รวมไปถึงอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้ช่วยอำนวยให้การศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ง่ายดาย และสะดวกที่จะเก็บหรือนำเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพในส่วนอื่นๆต่อไปได้โดยสามารถที่จะมั่นใจได้เลยว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างแน่นอนแล้ว

และเนื่องจากว่าเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ชีววิทยานั้นมีเนื้อหาที่ค่อนข้างมากอยู่พอสมควร โดยขั้นตอนในการทำการศึกษาค้นคว้านั้นมักจะมีระบบหรือกระบวนการที่ออกแนวไปในทางที่ยุ่งยากหรืออาจจะมีบางช่วงบางตอนในกระบวนการนั้นๆที่ค่อนข้างที่จะซับซ้อนเพราะด้วยขั้นตอนที่มากและหลากหลายทางการทำงาน ในส่วนของวิทยาศาสตร์ชีววิทยาที่เรารู้จักกันนั้นจึงมีการแบ่งแยก

หรือจำแนกให้เป็นแขนงหรือจะเป็นในส่วนของสาขาวิชาต่างๆออกไป ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้ทำการลงลึกถึงข้อมูลหรือเพื่อให้มีการโฟกัสที่จะศึกษาเรื่องราวที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อเรื่องนั้นๆเพียงอย่างเดียว ซึ่งการทำเช่นนั้นจะทำให้เมื่อมีคนที่ต้องการจะทำการศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลในเรื่องนั้นสามารถที่จะทำได้อย่างละเอียดดียิ่งขึ้นนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามวิทยาศาสตร์ชีววิทยานั้นถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจมากๆ หากได้ลองมาทำความเข้าใจดูก็จะพบว่าเป็นเรื่องที่สนุก และมีประโยชน์มากๆทั้งในเชิงของวิชาการและในเชิงของความรู้ทั่วไป ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถที่จะเรียนรู้และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ชีววิทยาได้ด้วยกันทั้งนั้น

m5zn_9319645c9643fc1

มนุษย์กลายพันธุ์ในอนาคต

มนุษย์กลายพันธุ์ในอนาคต

คุณเชื่อเรื่องที่ว่าในอนาคตมนุษย์อย่างพวกเรานั้นจะกลายพันธุ์หรือไม่ ฟังแล้วมันคงเป็นไปได้ยากเลยใช่ไหมล่ะ คุณคงกำลังจะนึกถึงภาพยนตร์สักเรื่องที่มนุษย์นั้นสามารถกลายพันธุ์และมีพลังพิเศษได้อยู่ใช่ไหม อันที่จริงแล้วมันไม่มีอะไรมาพิสูจน์ได้เลยว่าในอนาคตเรานั้นจะกลายพันธุ์ได้จริงๆหรือเปล่า แต่ถ้าหากเราได้ย้อนกลับไปเมื่อยุคสมันก่อนของการเกิดมนุษย์ยุคแรกๆ

ที่เรากลายคนรวมถึงนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่มีความเชื่อว่า มนุษย์นั้นถือกำเนิดโดยลิง เพราะอะไรล่ะ? ก็เพราะว่าลิงนั้นมีส่วนประกอบทุกๆอย่างที่คล้ายกับมนุษย์ ซึ่งจริงๆแล้วสัตว์ทุกประเภทก็ส่วนคล้ายกับมนุษย์เช่นเดียว มีหู มีตา มีจมูก มีปาก มีแขนขาเหมือนกันในสัตว์จำพวกสัตว์ 4 เท้า แล้วทำไมเราถึงไม่วิวัฒนาการกลายพันธุ์มาจากเสือล่ะ เพราะเสือไม่สามารถยืน 2 ขาได้ แล้วหมีล่ะ บอกแล้วก็พอมีความเป็นไปได้นะ แต่ลักษณะของปากและยีนส์ที่พบในหมีกับคนนั้นมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ถ้าหากเราทำการตรวจสอบยีนส์แล้วจะพบว่าลิงนั้นมีสปีชีส์ที่คล้ายกับคนมากที่สุด

แต่สงสัยก็สินะว่าแล้วทำไมลิงที่เราเห็นทุกวันนี้ถึงไม่วิวัฒนาการมาเป็นคน นั้นเป็นเพราะเมื่อยุคสมันก่อนนั้นได้มีการสันนิฐานว่าบรรพบุรุษของเรานั้นไม่ใช่ลิงสายพันธุ์ทั่วไป แต่เป็นลิงชิมแปนซี ที่การผสมพันธุ์กับลิงต่างสปีชีส์อีกทอด ทำให้รุ่นลูกนั้นออกมามีลักษณะแปลกตาออกไป จึงทำให้ลิงที่เกิดมารุ่นหลังๆนั้นมีการผสมพันธุ์โดยข้ามสปีชีส์เพิ่มมากขึ้น จากหลักฐานเดิมที่เคยบอกว่าแต่เดิมนั้นมนุษย์มีตาสีดำ หรือ สีน้ำตาล แต่ในยุคปัจจุบันที่เราเห็นยังมีมนุษย์ที่มีตาอื่นอีกมากมาย นี่จึงเป็นหลักฐานสำคัญว่าตอนระเวลาที่ผ่านนั้นมนุษย์ได้มีการวิวัฒนาการหรือกลายพันธุ์มาโดยตลอด

ซึ่งในตอนนี้ยังดูเหมือนเป็นการกลายพันธุ์ที่ยังไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ แต่หากเทียบในสมัยก่อนถ้ามนุษย์ที่มีตาสีน้ำตาล สภาพแวดล้อมทั่วไปและบรรพบุรุษก็มีตาสีน้ำตาล มาเจอมนุษย์ตาสีฟ้า ก็คงจะแปลกใจไม่น้อย หรืออาจะบอกว่าเป็นตัวประหลาดเลยก็ว่าได้

ฉะนั้นก็เช่นเดียวกันกับในอนาคตที่จะมีความเป็นไปได้ว่ามนุษย์เราอาจจะมีการกลายพันธุ์เกินขึ้น สิ่งที่ถูกสันนิฐานไว้ว่ามนุษย์จะวิวัฒนาการนั้นก็คือ พละกำลังที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนสูงที่มีความสูงมากขึ้น ดวงตาจะมีขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังอาจจะยังไม่เห็นได้อย่างชัดเจนทั้งหมดแต่ก็พอมีความเป็นได้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน

m5zn_9319645c9643fc1

สไลม์แบบใส

สไลม์แบบใสเหมือนน้ำ 

มาค่ะเราคิดว่าต้องมีคนเคยเคยเล่นสไลม์เพราะว่าส่วนตัวเรานั้นชอบเล่นมากเลย แต่ว่าวันนี้มีการทำสไลม์แบบใสเหมือนน้ำใช่ค่ะปกติจะเป็นสีขุ่นแล้วใสสีผสมอาหารกันเพื่อที่เรานั้นได้เล่นแบบไม่ต้องไปซื้อมาให้แพงกันวันนี้เรามาทำเองง่ายๆมากเลย มาค่ะวิธีทำ สิ่งที่เรานั้นต้องเตรียมกัน  กาวใส เบคกิ้งโซดา น้ำยาคอนแทคเลนส์ renu  

เริ่มจากที่เรานั้นเอาเบคกิ้งโซดา

หนึ่งช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่า จากนั้นเราก็คนเบคกิ้งโซดาให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ให้น้ำนั้นใสเพื่อที่เรานั้นเอาไปผสมกันจะได้ใสนี่คือเทคนิคให้ใส จากนั้นเรานำกาวใสที่เรานั้นเตรียมไว้ เอากาวใสนั้นใส่ประมาณ หกช้อน จากนั้นเราก็เอาน้ำเบคกิ้งโซดาที่ใสแล้วมาตักใส่ที่เราตังกาวใสไว้ แล้วก็น้ำยาคอนแทคเลนส์  renu แล้วในช่าวที่เราคนนั้นเราจะบอกเทคนิคนิดนึงคือเราต้องค่อยๆคน เพื่อที่ไม่ให้เกิดฟองอากาศ

เราค่อยคน แล้วเราคอยดูว่าถ้าเราต้องเติมน้ำนั้นเราต้องเติมน้ำยาคอนแทคเลนส์กับน้ำเบคกิ้งโซดา ค่อยๆเตมลงไป แล้วก็ข้อสำคัญคือต้องค่อยๆคนไม่คนแรง เพื่อที่ไม่ให้เกิดฟองอากาศ หลังจากที่เราคนส่วนผสมเข้ากันแล้วให้เรานั้นทิ้งใว้สัก 30 นาทีเพื่อที่ให้ส่วนผสมนั้นเซ็ดตัว หลังจากนั้นเรามาดูว่าใสอย่างที่เราบอกหรือเปล่า

แต่ถ้าเรานั้นคนแรงก็อาจจะเกิดฟองอากาศวิธีแก้ก็คือเราปล่อยทิ้งใว้เลยข้ามคืน หลังจากนั้นเรามาดูว่าฟองอากาศนั้นจะหายไป  เห็นไหมค่ะไม่เหมือนใครเพราะว่าคนอื่นเล่นแบบสีแต่เรานั้นแบบใส ดูสะอาดมาก และน่าเล่นมาก แล้วอยากจะบอกว่าสูตรนี้นั้นจะนิ่มมากกว่าสูตรแป้งอีก

แถมไม่แข็งกะด้านเหมือนกับสูตรแป้ง เพราะเบคกิ้งโซดานั้นเป็นส่วนผสมไม่ใช่ผงฟูนะค่ะ

วันนี้เราเอาเทคนิคมาฝากกันหวังว่าคนที่ชอบเล่น สไลม์นั้นจะถูกอกถูกใจกันนะค่ะ เพราะว่าวิธีที่ทำนั้นง่ายมากไม่ยากจนเกินไปแล้วเบกิ้งโซดานั้นหาก็หาง่ายมากหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อได้ง่ายแถมราคาประมาณ 15-20 บาทนี่แหล่ะค่ะ กาวใสก็ขาวไม่เกิน 20 บาท แถมเล่นได้นานอีกด้วยง่ายๆแบบนี้เราอยากให้คนที่ชอบเล่นนั้นลองเอาไปทำเล่นและอีกอย่างเราเล่นก่อนเพื่อที่เรานั้นจะได้ไปอวดคนที่ยังไม่มีและคนที่ยังไม่มีแบบใส

แต่ถ้าคนที่เคยเล่นแบบผสมแป้งถ้าเจอสูตรนี้เข้าไปบอกเลยแป้งก็เถอะ เจอสูตรเบกิ้งโซดาเข้าไปรับลองว่าคนที่เล่นสไลม์นั้นจะติดใจ เพราะนิ่มมาก

m5zn_9319645c9643fc1

มิติคู่ขนานกับโลก

คุณเชื่อเรื่องของโลกคู่ขนานหรือไม่?

แน่นอนว่ามีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ แม้ว่าบางคนได้พยายามที่จะเอาแนวคิดทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายแล้ว ก็ยังมีความเป็นไปได้น้อยอยู่ดี แล้วมิติคู่ขนานหรือโลกคู่ขนานนี้คืออะไรล่ะ อธิบายแบบที่หลายคนเข้าใจนั้นก็คือ เป็นอีกมิติที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับโลกของเรา เชื่อกันว่าเป็นโลกใบที่สอง ที่มีเราอีกหนึ่งชีวิตอาศัยอยู่ในมิตินั้น แต่ทุกอย่างจะมีความแตกต่างโดยสิ้นเชิงเช่น จากซ้ายเป็นขวา จากผู้หญิงเป็นผู้ชาย ในโลกนี้คุณอาจจะฉลาดมากๆ แต่ในอีกโลกหนึ่งคุณอาจจะโง่มากๆเลยก็เป็นไปได้

 

เพราะเหตุนี้จึงมีการตั้งทฤษฎีและสมมติฐานขึ้นมาหลากหลายประการอย่าง

ทฤษฎีย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต หากคุณเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล แล้วคุณได้ทำการเดินทางย้อนเวลากลับไปเตือนตัวเองในอดีตว่าไม่ควรทำอะไรเพื่อไม่ให้อุบัติเหตุนั้นก็เกิดขึ้นกับตัวเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะเท่ากับว่าในปัจจุบันคุณจะปลอดภัย ในเมื่อคุณปลอดภัยไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล คุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องย้อนเวลากลับไปบอกตัวเองในอดีต ตัวคุณในอดีตก็จะไม่รู้ว่า จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น จนทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาล แบบนั้นแล้วทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับมิติหรือโลกคู่ขนานนั้น

จึงถูกคิดค้นขึ้นเพื่ออธิบายให้กับปรากฏการณ์ความผันผวนของมิติเวลาเหล่านี้ได้ดังนี้ ในทุกๆสถานการณ์ที่เราต้องการเลือกมากกว่า 1 ตัวเลือก เช่น ถ้าเรามี 2 ตัวเลือก นั้นแปลว่าจะเกิดโลกคู่ขนานขึ้นมา 2 โลก และใน 2 โลกคู่ขนานนี้เราจะต้องทำการเลือกตัดสินใจในตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่ง นั้นหมายถึงในโลกคู่ขนานของเราก็จะเกิดตัวเลือก 2 ตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาเช่นเดียวกัน

 

ทำให้โลกคู่ขนานถูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างนับไม่ถ้วน

นี่จึงทำให้มีทฤษฎีไปอธิบายเหตุการณ์การเกิดอุบัติการณ์ดังที่ได้ยกตัวอย่างไปข้างต้นว่า คุณนั้นไม่อาจสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอดีตที่ผ่านมาของตัวเองได้ เพราะถ้าหากคุณได้ทำการเดินทางย้อนเวลากับไปอดีตเพื่อเตือนตัวเองให้ระวังจากเหตุการณ์เหล่านั้น ตัวคุณที่อยู่ในอดีตจะตัดสินใจตามที่ตัวคุณได้ย้อนเวลากลับไปบอก

ซึ่งจะเกิดขึ้นจริงที่ว่าตัวคุณนั้นไม่ได้รับอุบัติเหตุจนเข้าโรงพยาบาล แต่จะเป็นคนละอนาคตกับปัจจุบันของคุณที่ได้รับอุบัติเหตุ นั้นก็คือจะเกิดเป็น 2 มิติ แม้ว่าคุณจะเดินทางกลับมาปัจจุบันแล้วนั้น คุณเองก็ยังได้รับอุบัติเหตุแล้วอยู่ดี แต่มิติที่คุณได้ทำการย้อนกลับไปเตือนนั้นเขาจะไม่ได้รับอุบัติเหตุใดๆ และมีอีกทฤษฎีที่ถูกเชื่อมโยงคือ เดจาวู แน่นอนว่าหลายๆคนคงจะเคยรู้สึกขึ้นมา

เป็นความรู้สึกหรือเห็นภาพที่เหมือนกับว่าได้เคยเห็นและทำมาก่อนหน้านี้แล้ว จริงแน่นอน ที่คุณเคยเห็นหรือทำเหตุการณ์นั้นจริงๆ แต่จะเป็นตัวคุณในอีกมิตินั้นเป็นคนทำ ซึ่งในทุกๆมิติที่ขนานกันจะมีสายใยบางอย่างที่สมองมีคลื่นตรงกัน เพราะทั้งคุณและเขานั้นเป็นคนคนเดียวที่อาศัยอยู่คนละมิติก็เท่านั้น เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะกระแสประสาทเชื่อมโยงกันในช่วงเวลาและจังหวะที่เหมาะสม นั้นทำให้คุณรับรู้ความคิดและการกระทำของคุณในอีกมิติ

m5zn_9319645c9643fc1

การทดลองเทียนสูบน้ำ

คุณรู้หรือไม่ว่าเทียนแท่งเล็กๆที่เราใช้จุดไหว้พระกันทุกวันนี้สามารถดูดน้ำได้ด้วย

หลายคนคงจะไม่เชื่อแต่เราสามารถพิสูจน์ให้คุณเห็นได้เพราะอย่างที่เคยบอกไปว่าวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ว่าสาเหตุเกิดมาจากอะไร เมื่อมีความไม่เชื่อเราก็ต้องมาข้อพิสูจน์ความจริงกันว่า เทียนสามารถดูดน้ำได้จริงหรือมาค่ะจะสาธิตให้ดูตอนนี้เลยแต่ก่อนอื่นเรามาเตรียมอุปกรณ์ในการทดลองกันก่อนนะคะสำหรับการทดลองในวันนี้ของเราพระเอกของเรื่องจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเทียนค่ะ

จะใช้สีเหลืองหรือสีขาวหรือสีอะไรก็ได้ค่ะใช้ได้หมดเทียน 1 เล่มน้ำเปล่าที่ผสมสีจะได้เห็นผลการทดลองได้ชัดเจนค่ะจะเอาสีอะไรก็ได้ค่ะภาชนะที่ใส่น้ำเปล่าค่ะและไม้ขีดไฟหรือไฟแช็กก็ได้ค่ะ เอาที่สะดวกได้เลยและนางเอกของเรื่องที่ขาดไม่ได้เช่นกันนั่นก็คือ ขวดขนาดใหญ่ที่สามารถวางครอบเทียนได้หมดค่ะเมื่อได้อุปกรณ์มาครบแล้วเรามาเริ่มการทดลองเพื่อการเรียนรู้กันได้เลยค่ะรูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การทดลองเริ่มจากนำภาชนะมาวางแล้วแล้วก็พาพระเอการของเรามาวางบนภาชนะค่ะ

ด้วยการนำเทียนมาจุดไฟแล้วตั้งในภาชนะนั้นตั้งให้มั่นคงอย่าให้ล้มได้นะคะ หลังจากตั้งเทียนเรียบร้อยแล้วก็เทน้ำที่ผสมสีแล้วลงในภาชนะค่ะเอาให้เยอะๆเลยค่ะแต่ระหว่างที่เทน้ำก็อย่าให้ไฟที่เทียนดับนะคะเมื่อพระเอกของเราพร้อมแล้วก็พานางเอกเข้ามาได้เลยค่ะนั่นก็คือขวดขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้นำขวดเปล่ามาครอบเทียนที่ติดไฟค่ะ

หลังจากนี้ก็ให้สังเกตผลการทดลองได้เลยค่ะโดยเราจะสังเกตเห็นว่าน้ำจะค่อยๆถูกดูดขึ้นไปในขวดเรื่อยและขณะเดียวกันเทียนที่สว่างไสวก็จะค่อยๆอ่อนแสงลงจนดับสนิทมาถึงตอนนี้จะสังเกตได้ว่าน้ำเข้าไปในขวดเยอะมากสงสัยกันไหมค่ะว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรอย่างที่บอกค่ะวิทยาศาสตร์มีคำตอบให้คุณเสมอดังนั้น เราจะมาเฉลยให้ฟังกันค่ะ

จากการทดลอง จะเห็นว่าพระเอกของเราสามารถดูดน้ำขึ้นไปได้จริงๆไม่ต้องสงสัยว่าจะมีการใช้เวทมนต์คาถานะคะเพราะที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าในตอนแรกที่เราครอบขวดลงไปอากาศในขวดยังคงมีอยู่ค่ะแต่พอเทียนมีการเผาไหม้ไปเรื่อยๆและเมื่ออากาศภายในขวดหมดไฟที่จุดเทียนไว้ก็จะดับอากาศที่มีในขวดก็จะค่อยๆลดลงทำให้ปากขวดค่อยๆดูดน้ำจากภายนอกเข้าไปข้างในขวด 

m5zn_9319645c9643fc1

มาทำความรู้จักเจ้าอุกกาบาตกันเถอะ

            หลายคนคงเคยได้ยินข่าวอุกกาบาตจะพุ่งชนโลก วันนั้น วันนี้ หรือจะมีอุกาบาตวิ่งเข้าใกล้โลกเราเมื่อไหร่ บางคนได้ฟังข่าวแล้วเกิดความวิตกกังวลว่าจะเป็นเหมือนในหนังที่ดูหรือไม่ ว่าถ้าอุกาบาตชนโลกแล้วมนุษย์เราจะเป็นอย่างไร จะหนีทันไหม หรือเราสามารถส่งอะไรไปจัดการก่อนที่อุกาบาตจะตกลงมาได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวลจนเกินไปเรามาทำความรู้จักกับเจ้าอุกาบาตกันก่อนว่าคืออะไร 

           อุกกาบาตเกิดจากสะเก็ดดาวที่มีขนาดใหญ่ตกลงมาใส่โลกแล้วมีการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนเกิดความร้อนแล้วไฟลุกไหม้ แต่ไหม้ไม่หมดเหลือชิ้นส่วนบางส่วนที่ตกค้างบนพื้นโลก ซึ่งเมื่อมีอุกกาบาตตกลงมาก็จะเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่เราเรียกว่าหลุมอุกกาบาต แต่ถ้าสะเก็ดดาวที่ตกใส่โลกมีขนาดเล็กเมื่อถึงชั้นบรรยากาศถูกเผาไหม้จนหมด เราจะเรียกว่าดาวตก ซึ่งตามความเชื่อแต่โบราณว่าใครของพรจากดาวตกก็จะสมหวัง ปัจจุบันจะมีบางช่วงที่จะมีการประกาศว่าจะมีกลุ่มฝนดาวตกให้เราได้เห็นกันชัดๆ ออกมาบ่อยๆ

เราสามารถจำแนกอุกกาบาตรออกเป็น 3 ประเภทตามองค์ประกอบทางเคมี นั้นคือ

  • อุกกาบาตรคาร์บอน ซึ่งอุกกาบาตชนิดนี้จะมีสีคล้ำ เกิดจากองค์ประกอบสวนใหญ่ในอุกกาบาตจะเป็นคาร์บอนเยอะมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างเชื่อกันว่า อุกากาบาตรคาร์บอนเป็นพาหะน้ำเชื้อสิ่งมีชีวิตมาที่โลก
  • อุกกาบาตหิน ที่เรียกอย่างนี้เพราะองค์ประกอบส่วนใหญ่ของอุกกาบาตนี้เป็นซิลิกา
  • อุกกาบาตรโลหะ ซึ่งอุกกาบาตอันนี้จะมีองค์ประกอบเป็นเหล็กและนิเกิลเยอะมาก

          อย่างที่ทราบกันดีว่าอุกกาบาตเกิดจากสะเก็ดดาวเคราะห์ โดยปกตินอกจากเราจะพบเห็นอุกกาบาตบนโลกของเราแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังเคยพบอุกกาบาตบนดวงจันทร์และดาวอังคารอีกด้วย สำหรับที่โลกของเรามีการระบุว่ามีอุกกาบาตที่มาจากดวงจันทร์และดาวอังคารตกมายังโลกของเราด้วย โดยมีการค้นพบในปี พ.ศ. 2539 ซึ่งมีการค้นพบในทวีปแอนตาร์กติก โดยตกลงมาบนน้ำแข็ง และเราจะยังเคยได้ยินกันด้วยว่าเมื่อก่อนที่โลกของเราเคยมีไดโนเสาร์มาก่อน อ้างอิงจากการขุดเจอซากของไดโนเสาร์แต่ต่อมาไดโนเสาร์ได้สูญพันธ์ลงเพราะมีอุกกาบาตตกใส่โลกเมือประมาณ 65 ล้านปีที่ผ่านมา

          ปัจจุบันยังมีองค์กรที่มีการศึกษาด้านดาราศาสตร์ ศึกษาเกี่ยวกับดวงดาวต่างๆ ชื่อว่าองค์การนาซา 

ซึ่งองค์กรนี้จะทำหน้าที่ศึกษาเกี่ยวกับดวงดาวต่างๆ หากลุ่มดาวใหม่ๆ คอยสอดส่องอุกกาบาตว่าจะมีเข้ามาใกล้โลกเมื่อไหร่หรือจะชนโลกหรือไม่เพื่อให้เราชาวโลกได้เตรียมตัวรับกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้