m5zn_9319645c9643fc1

สิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์คือผู้มาจากฟ้าของยุคโบราณ

การได้ส่งยานอวกาศพร้อมนักบินขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก โดยเริ่มส่งยานอวกาศขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 และลงจอดที่ดวงจันทร์ในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 ด้วยยานอวกาศที่มีชื่อว่า อะพอลโล11 จุดประสงค์ของการส่งยานอวกาศพร้อมนักบินขึ้นไปนั้น เพื่อต้องการจะศึกษาดวงจันทร์ แต่ในเบื้องหลังซึ่งเป็นความลับที่แม้แต่องค์กร NASA ฐานทัพในการสร้างและส่งยานอะพอลโล11 ก็ปิดบังเอาไว้

แต่สุดท้ายก็คลิปหลุดออกมาก คือ คลิปการค้นพบสิ่งแปลกประหลาด โดยนีล อาร์มสตรอง 1 ในนักบินอวกาศของภารกิจอะพอลโล่11 ได้ถ่ายบันทึกเอาไว้ได้ ซึ่งเห็นเป็นวัตถุที่มีลำแสงกำลังเคลื่อนที่อยู่แล้วก็หายไป ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่มองเห็นนั้นก็ไม่สามารถที่ระบุได้อย่างแน่ชัดว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่สำหรับคนที่ได้ชมคลิปนี้ไปแล้วนั้นต่างก็บอกว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวแน่นอน ในเวลาต่อมาคลิปนี้จึงถูกลบออกไป และอีกครั้งที่มีคลิปถูกเผยแพร่ออกมาจากการเดินทางสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งของอะพอลโล20 ที่เป็นการร่วมมือกันของสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย

ที่นำยานอวกาศกับนักบินขึ้นไปสำรวจบนดวงจันทร์ และเป็นอีกครั้งที่ได้พร้อมกับสิ่งแปลกประหลาด ที่สามารถเก็บขึ้นมาได้ โดยทำการบันทึกภาพวิดีโอเอาไว้เช่นเดียวกัน นั้นก็คือ ร่างของผู้หญิงดูแล้วน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว ที่รูปร่างลักษณะเหมือนกับมนุษย์โลก แต่ที่แปลกและแตกต่างออกไปคือ เธอมีตาที่ 3 อยู่บนหน้าผากระหว่างคิว ในตอนแรกที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่หลายคนบอกว่ามันเป็นคลิปปลอม ที่ถูกจัดฉากขึ้น แต่สิ่งที่ในคลิปยืนยันได้ว่าไม่ใช่คลิปปลอมคือ ภายในยานอวกาศที่ระบบและเครื่องมือการทำงาน พร้อมกับสัญลักษณ์การร่วมมือกันของสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ที่ยืนยันว่าคลิปนี้เป็นของจริง

และการค้นพบร่างของผู้หญิงตามที่ 3 นี้ก็เป็นเรื่องจริง จากคลิปนี้ทำให้มีข้อมูลที่สามารถนำมาโยงได้ว่า ร่างของผู้หญิงคนนี้ก็คือ มนุษย์ต่างดาว เธอไม่ใช่มนุษย์โลก ตามหลักฐานยุคโบราณที่ได้กล่าวถึงว่า มนุษย์ยุคโบราณมีหลากหลายชนเผ่า ซึ่งได้มีอยู่ชนเผาหนึ่งเป็นมนุษย์มี 3 ตา มนุษย์ชนเผานี้เป็นมนุษย์ชนเผ่าที่มาจากฟ้า ถือได้ว่าเป็นชนเผ่าที่สูงส่งเป็นอย่างมาก หากเป็นสมัยก่อนนั้นอาจจะยังไม่รู้จักคำว่า มนุษย์ต่างดาว

แต่เป็นความเชื่อว่ามนุษย์นั้นมีหลายชนเผ่า แต่ในยุคปัจจุบัน ถ้าหากว่านี้เป็นมนุษย์ที่มาจากฟ้าตามหลักฐานที่ถูกนำมาอ้างอิงแล้ว ก็เท่ากับว่าเธอคือ มนุษย์ต่างดาว ยิ่งจะสามารถเพิ่มความเชื่อได้เลยว่า ไม่ได้มีเพียงแค่โลกของเราเท่านั้นที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และในเวลาต่อมาคลิปนี้ก็ถูกลบไป แต่ก็ยังมีผู้ที่ดาวน์โหลดเก็บเอาไว้มาเผยแพร่เหมือนเคย ถึงอย่างไรนั้นก็ต้องตรวจสอบกันต่อไป ถ้าหากเป็นเรื่องจริง ทางสหรัฐอเมริกาและรัสเซียเองคงจะมีเหตุผลในการปิดบังเรื่องนี้เอาไว้อย่างแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

m5zn_9319645c9643fc1

ความจริงของทฤษฎีควอนตัม

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง โดเรม่อน ที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาทั้งไปอนาคตและอดีต จากจิตนาการในการ์ตูนหรือสื่อหลายๆช่องทางนั้น ทำให้คนเราในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นเชื่อว่า การเดินทางข้ามเวลานั้นสามารถเกิดขึ้นจริงได้ ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะว่าทฤาฎีอควอนตัม ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่คิดค้นเอาไว้เมื่อประมาณ 100 กว่าที่ผ่านมา ทำให้หลายๆคนหวังว่าวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์จะสามารถพัฒนาทำให้สร้างไทม์แมทชีนขึ้นมาได้

ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะยืนยันแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็ได้ ทฤษฎีอควอมตัมเองนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ทฤษฎีอควอนตัมมีแนวความคิดไปในทางของเรื่องจักรวาลและมิติเวลา ซึ่งได้มีนิยามว่า ทฤษอควอนตัม นั้นเป็นศาสตร์ที่ไม่สามารถบอกอะไรได้เลย ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย เป็นทฤษฎีที่ต้องอนุภาคที่เล็กมากๆในการพิสูจน์หาคำตอบ

และสิ่งที่เล็กมากๆก็คือ อะตอม ซึ่งอะตอมไม่ใช่อนุภาคที่เล็กที่ที่สุด สิ่งที่เล็กกว่าอะตอมก็คือ โปรตรอน นิวตรอน อิเล็กตรอน และยังมีสิ่งที่เล็กกว่าอนุภาคเหล่านี้อีกก็คือ ควาก์ ถ้าหากถามว่ามีสิ่งที่เล็กกว่านี้อีกหรือไม่ก็ต้องตอบว่ามี ทฤษฎีอควอนตัมจึงถูกแยกออกเป็นหลาหลายมิติ ตามอนุภาคโดยมีทั้งหมด 11 มิติ แต่ถึงอย่างไรทฤษฎีอควอนตัมก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่หาคำตอบไม่ได้อยู่เช่นเคย เพราะมันถูกทฤษฎีอื่นๆมาหักล้างเอาไว้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเวลาเหมือนกันอย่าง ทฤษฎีแรงโน้ม ของเซอร์ ไอแซคนิวตัน ที่ได้อธิบายเรื่องเวลาไว้ว่า เวลามีความคงที่

ไม่สามารถที่จะบิดเบือนได้ ไม่สามารถไปข้างหน้าหรือย้อนกลับได้ แต่ทฤษฎีอควอนตัมของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์นั้น อธิบายเรื่องของเวลาว่า เวลาสามารถบิดเบือนได้ ยิ่งมวลเยอะมาก ก็จะมีผลต่อกาลเวลามาก สามารถที่จะเดินทางไปข้างหน้าและย้อนกลับมาได้ เป็นต้น เพราะมีข้อขัดแย้งจากทฤษฎีที่การพูดถึงเวลาไว้มากมาย ทำให้การค้นหาคำตอบนั้นเป็นไปได้ยาก และในทฤษฎีอควอนตัมเองอย่างที่ได้กล่าวไปว่าเป็นศาสตร์ที่ไม่บอกอะไรเลย

เพราะส่วนแล้วทฤษฎีนี้นั้นเกี่ยวกับจักรวาล ซึ่งในเรื่องของจักรวาลเองนั้น มนุษย์เราก็ไม่ได้คำตอบเยอะแยะมากมายจากจักรวาลมากนัก จึงกลายเป็นว่าทฤษฎีนี้ยังคงต้องทำการศึกษากันต่อไปเพื่อค้นหาคำตอบ ว่าแท้จริงแล้วมันเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดหรือไม่ จักรวาล ไทม์แมทชีน มิติเวลา การเดินทางข้ามเวลา ถ้าหากว่าเราสามารถหาคำตอบของเรื่องจักรวาลได้ คำตอบอื่นๆเราก็จะสามารถได้คำตอบเหมือนกัน คงเพียงแค่หวังว่าวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคตจะมีก้าวไกลและล้ำมากขึ้น เพื่อหาคำตอบของทฤษควอนตัมของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่พยายามหาคำตอบเอาไว้ก่อนเสียชีวิตให้ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ตารางบอลพรุ่งนี้

m5zn_9319645c9643fc1

น้ำบนโลกมาจากไหนกันแน่

เชื่อกันว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะมีหลักฐาน มีข้อเท็จจริง มีการทดลอง แต่ความจริงแล้วคุณจะทราบหรือไม่ว่ายังมีอะไรอีกหลายๆ อย่างที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์ และเป็นปริศนาที่ต้องหาคำตอบมาเป็นเวลานาน อย่างเช่นเรื่อง ผี เรามักจะบอกว่าไม่มีอยู่จริงเพราะไม่สามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งในกลุ่มของคนที่เชื่อว่ามันมีอยู่จริงจึงได้โต้กลับมาว่า ที่ไม่สามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์

เพราะวิทยาศาสตร์ไม่มีศักยภาพพอหรือป่าวถึงไม่สามารถหาคำตอบได้ เรียกได้ว่าแนวคิดนี้ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน เนื่องจากสิ่งที่สามารถเห็นบางอย่างเอง วิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถหาคำตอบที่แน่ชัดมายืนยันได้ และเป็นเพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น เช่นเดียวกันที่ในบทความนี้จำเสนอนั้นก็คือ น้ำบนโลก มาจากไหน? มีที่มาจากอย่างไร?

ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ได้พูดถึงการเกิดโลก ที่มีแนวคิดว่า เดิมที่โลกมีแต่พื้นดิน พื้นหิน และลาวาเท่านั้น แล้วน้ำเกิดขึ้นมาจากไหน คิดไปต่างๆนานาจะมีความคิดที่ว่า หรือน้ำจะมาอวกาศนอกโลก? ได้มีนักวิจัยออกมาอธิบายถึงหลักฐานชิ้นแรกที่พบว่า น้ำเป็นส่วนประกอบหนึ่งของก้อนหินบนดวงจันทร์ จึงมีการสันนิฐานว่าพื้นผิวชั้นในของดวงจันทร์นั้นน่าจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ หินของดวงจันทร์นั้นมีลักษณะทางเคมีที่มีความเหมือนกับหินบนโลก จึงเป็นแนวความคิดที่ว่าน้ำบนดวงจันทร์มีแหล่งกำเนิดเดียวกันกับน้ำบนโลกอย่างแน่นอน แต่อย่างไรนั้นก็ยังเป็นที่สงสัยอยู่ว่าอะไรคือแหล่งกำเนิดน้ำ

และน้ำไปอยู่บนดวงจันทร์ได้อย่างไร จึงได้มีนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 90% เชื่อว่ามันน่าจะเกิดจากการที่อุกกาบาตเข้ามาพุ่งชนโลกเมื่อ 4,500 ล้านปีที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งอุกกาบาตเหล่านั้นมีพลังงานและอุณหภูมิที่สูงก็จริง แต่คาดว่าในอุกกาบาตนั้นจะมีแหล่งกำเนิดน้ำอยู่ หรือไม่ก็เป็นเพราะเมื่ออุกกาบาตลงมาที่โลกและแร่ธาตุต่างๆบนโลกทำปฏิกิริยาร่วมด้วยจึงทำให้เกิดน้ำขึ้น ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ก็ยังเป็นเพียงการสันนิฐานที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้อีกเช่นเคย ในเวลาต่อมานักวิจัยทางมหาวิทยาลัย Brown ทำการตรวจสอบและพบน้ำที่อยู่ในหินของดวงจันทร์

จึงได้สรุปออกมาว่า ดวงจันทร์เป็นซากฟอสซิลที่ได้มีการบันทึกการก่อกำเนิดโลก นั้นหมายถึงว่าเดิมทีดวงจันทร์อาจจะเคยเป็นโลกมาก่อน แต่อย่างไรแล้วเรื่องน้ำบนโลกนี้ก็ยังเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบันเช่นเดิม และนักวิทยาศาสตร์เองก็ต่างพยายามหาคำตอบมาเป็นเวลานาน โดยไม่มีการหยุดการค้นหาจนว่าจะได้คำตอบ และวิทยาการทางวิทยาศาสตร์เราเองก็ก้าวหน้ามาจากเดิมมากแล้ว อีกไม่นานก็อาจจะได้คำตอบอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

m5zn_9319645c9643fc1

ลักษณะของมนุษย์ต่างดาว

เรื่องของมนุษย์ต่างเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งหาต้นกำเนิดไม่ได้เลยว่าได้มีการเริ่มเห็น เริ่มรู้จัก และเรียกมันว่ามนุษย์ต่างดาวได้อย่างไร เพราะไม่ได้มีหลักฐานปรากฏไว้อย่างแน่ชัด และก็ไม่มีหลักฐานของมนุษย์ต่างดาวเอาไว้ด้วย ซึ่งในเวลาต่อมาเทคโนโลยีได้มีความหน้าเพิ่มมากขึ้น เรื่องของมนุษย์ต่างดาวเองก็ได้เริ่มมาเป็นที่กล่าวถึงกันอีกครั้ง จากหลักฐานที่หลายๆบอกว่าได้เห็นจริง และได้ถ่ายภาพไว้ได้จริงทั้งภาพถ่าย

และภาพบันทึกวิดีโอ เมื่อการพบมนุษย์ต่างดาวพร้อมหลักฐานเหล่านี้ ในตอนนั้นเองประชากรทั่วทุกมุมโลกจึงเกิดความแตกตื่นกันเป็นอย่างมาก จนต้องทำให้นำหลักฐานไปตรวจสอบอย่างละเอียด และพบว่าส่วนใหญ่หลักฐานเหล่านั้นเป็นของปลอม จะมีของจริงแค่บางส่วนนั้น แต่ก็ไม่อาจเชื่อได้100% และภาพหลักฐานส่วนใหญ่นั้นก็เป็นภาพเกี่ยวกับจานบินทั้งนั้น

ในส่วนของมนุษย์ต่างดาวนั้นยังไม่มีใครเคยพบเห็น ซึ่งถือได้ว่าลักษณะของมนุษย์ต่างดาวนั้นยังคงเป็นปริศนา และเกิดขึ้นมาโดยจิตนาการเป็นเสียส่วนใหญ่ บางคนได้กล่าวว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีรูปร่างถ้าสูงก็จะสูงมาก หรือถ้าเล็กก็จะเล็กมาก ผอมแห้งจนเห็นกระดูก มีผิวกายเป็นสีเทา มีตาที่กลมโต ไม่มีตาขาว มีแต่ตาสีดำ มีหัวที่ใหญ่ หรือบ้างก็บอกว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นก็เหมือนกับมนุษย์โลกเราทุกอย่าง เพียงแต่มนุษย์ต่างดาวมีวิวัฒนาการทางสมองสูงถึง100% ที่จะสามารถสื่อสารกันทางจิตแทนการพูดได้ และมีอีกหนึ่งแนวคิดที่อาศัยหลักฐานจากภารกิจการสำรวจดวงจันทร์ของอะพอลโล่20 ได้มีการค้นพบร่างของผู้หญิงที่เสียชีวิตแล้ว

ลักษณะของเธอเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง แต่เธอมีตาที่ 3 อยู่ตรงหน้าผาก ซึ่งหลักฐานมันไปตรงกับหลักฐานของคนโบราณว่าในสมัยก่อนได้มีมนุษย์ชนเผ่าหนึ่งที่ถูกกล่าวว่าเป็นมนุษย์ชนเผ่าจากฟ้า และคลิปหลักฐานจากอะพอลโล่20ก็ได้ถูกลบไปในภายหลัง และทางองค์กร NASA เอง

ก็ไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะเป็นคลิปหลุดที่ก็ไม่มีใครทราบว่าองค์กร NASA ได้ทราบเรื่องนี้หรือไม่ และการที่ลักษณะของมนุษย์ต่างดาวนั้นถูกเล่าขานกันมานั้นมีความแตกต่างกัน เป็นไปได้หรือไม่ว่ามนุษย์ต่างดาวเองนั้นก็มีหลากหลายเผ่าพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ดวงดาวที่แตกต่างกัน เพราะได้มีความเชื่อที่ว่าเรื่องเล่าถ้าไม่มีมูล ก็คงไม่มีการพูดถึงสืบต่อมาอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่แน่เสมอไป

มนุษย์เราเองนั้นมีจิตนาการที่สูงกันเป็นเสียส่วนใหญ่ และคงต้องรอเวลาต่อไปว่าวิทยาการทางวิทยาศาสตร์จะสามารถค้นหามนุษย์ต่างดาวได้หรือไม่ หรือมนุษย์ต่างดาวจะเปิดตัวกับชาวโลกเอง หรือองค์กร NASA กำลังปิดบังอะไรพวกเราอยู่ หรือมนุษย์ต่างไม่มีอยู่จริงกันแน่

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

m5zn_9319645c9643fc1

หลุมดำมวลแรงดึงดูดที่มหาศาล

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “หลุมดำ”  แต่ก็คงยังไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดกันแน่เนื่องจากมันอาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ไกลตัวสำหรับคนธรรมดาแบบเรา แต่ว่าในวงการนักวิทยาศาสตร์ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะนอกจากจะเป็นวัตถุทางอวกาศที่เป็นปริศนา ซึ่งผู้ที่ค้นคืดทฤษฎีหลุมดำนี้ก็คือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก โดยที่แม้แต่ตัวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เอง

ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่ามันมีอยู่จริงเพราะหลุมดำถือเป็นอนุภาคที่มีมวลมหาศาลเป็นอย่างมากและเป็นอนุภาคที่มีความพิศวง จนไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีอยู่จริงเพราะมันเป็นวัตถุที่มีแรงดึงดูดมาก จนแม้แต่แสงก็ไม่อาจหลุดพ้นแรงดึงดูดที่มหาศาลของมันได้ แต่หลายคนคงอาจจะสงสัยว่าแล้ว หลุมดำนั้นเกิดจากอะไร หลุมดำนั้นเกิดจากดาวฤกษ์ที่หมดอายุขัย แล้วดับตัวลง จึงสงผลให้มันเกิดการยุบตัว เมื่อมันหมดพลังงานแล้วดาวฤกษ์จะเกิดแรงยุบตัวจากแรงดึงดูภายในตัวของมันเอง แล้วหลังจากนั้นมันก็จะเริ่มดูดกลืนสิ่งต่างๆที่อยู่รอบข้าง จนในที่สุดมันก็กลายเป็นหลุมดำ แม้ว่าหลุมดำนั้นจะเกิดขึ้นในที่ที่ห่างไกลเรามากๆ แต่ว่าหากเราได้ทำการศึกษาหาข้อมูลจากมันแล้ว อาจจะเป็นประโยชน์อย่างสำหรับเราก็ได้ว่า โลกและจักรวาลของเรานั้นเเกิดขึ้นได้อย่างไร 

แน่นอนว่าหลุมดำนั้นเป็นอนุภาคที่ค่อนข้างจะเกิดอยู่ไกลกับโลกของเรามาก แต่ว่าล่าสุดกล้องโทรทัศน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของเราได้ตวรจจับภาพหลุดดำมวลยิ่งยวดที่อยู่ในกาแล็คซี่ M87 ซึ่งมีลักษณะเป็นหลุมดำวงรี ซึ่งได้อยู่ห่างจากโลกของเราออกไปถึง 55 ล้านปีแสงซึ่งถ้าหากมองผ่านกลุ่มดาวก็จะหันไปทางกลุ่มดาวหญิงสาว ซึ่งเจ้าหลุมดำอันนี้มีมวลมากกว่า 6,500 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ที่อยู่ใจกลางของระบบสุริยะจักรวาลของเรา จากตัวเลขระยะทางที่เราได้ค้นพบเจ้าลุมดำมวลยิ่งยวดอันนี้นั้นเป็นค่อนข้างที่จะอยู่ไกลจากเรามากๆ แต่ด้วยการรวมพลังทางความคิดของเหล่านักวิทยาศาสตร์ จึงส่งผลให้ตรวจหาเจ้าหลุมดำอันนี้จนเจอ

มีนักสิทยาศาสตร์เจ้าอเมริกาที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับกาแลคซี่ต่างๆมากถึง  530,000 กาแลคซี่ ผลจากการศึกษาบ่งบอกว่าการที่กาแลคซี่นั้นมีขนาดที่ใหญ่มากเท่าใด หลุมดำที่อยู่ใจกลางกาแลคซี่นั้นก็ย่อมมีขนาดที่ใหญ่ตามด้วย เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าใจกลางของกาแลคซี่นั้นเป็นหลุมดำ ดังนั้นการที่มีขนาดของกาแลคซี่ที่จึงย่อมที่จะมีขนาดของหลุมดำที่ใหญ่ตามเช่นกัน แต่ว่าหลุมดำนั้นจะไม่มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะกลืนกินกาแลคซี่ของมันเอง 

ปัจจุบันเราได้มีการค้นพบหลุมมวลยิ่งยวดที่อยู่ใจกลางกาแลคซี่ถึง 3 หลุม และทั้ง 3 หลุมนั้นก็กำลังที่จะเกิดการชนกัน ฉะนั้นจึงเปรียบได้ว่า กาแลคซี่ทั้ง 3 กำลังที่จะเกิดการรวมตัวกันเกิดขึ้น ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่มีมหัศจรรย์มากในวงการนักดาราศาสตร์ เนื่องจากเราจะไม่สามารถพบเจอเหตุการณ์นี่ได้บ่อยๆ แต่ว่าก็ยังไม่ได้เกิดการรวมกันขึ้นเนื่องจากการเดินทางมาชนกันนั้น ค่อนข้างที่จะมีระยะทางที่ไกล ดังนั้นเราจึงจะไม่ได้เห็นการชนกันแบบจะๆ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า หากเกิดการชนกันขึ้น มันจะส่งพลังงานมวลต่ำแผ่ออกไปยังทั่วเอกภพ

 

 

สนับสนุนโดย   เว็บพนันต่างประเทศ ถูกกฎหมาย

m5zn_9319645c9643fc1

เป็นไปได้หรือเปล่าว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังสู้รบ

มีมนุษย์มากมายหลายเผ่าพันธุ์มาเยี่ยมเยือนโลกจริงหรือไม่และถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเขาทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธ์เดียวกันหรือเปล่านักทฤษฏีมนุษย์อวกาศโบราณตอบว่าไม่และคนในวงในของรัฐบาลบางคนอย่าง พอล เฮลล์เยอร์ อ้างว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวต่างเผ่าพันธ์มีวัตถุประสงค์ที่ขัดแย้งกันและวัตถุประสงค์เหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อมนุษยชาติไปทั้งหมดเป็นไปได้หรือไม่ที่คำกล่าวอ้างว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังสู้รบเพื่อช่วงชิงอำนาจเหนือโลกเป็นความจริงนักทฤษฏีมนุษย์อวกาศโบราณ

เชื่อว่ามีหลักฐานยืนยันความขัดแย้งนี้แล้วมันก็ดำเนินมาหลายพันปีแล้วด้วย มุมไบ ประเทศอินเดีย วันที่4มกราคม ปี2015 สภาวิทยาศาสตร์อินเดียที่102ร่วมกับมหาวิทยาลัยมุมไบได้จัดการสัมมนาในหัวข้อวิทยาศาสตร์โบราณผ่านภาษาสันสกฤตที่เป็นศูนย์กลางของการสัมมนาคือคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุดศาสนาฮินดูในนั้นนอกจากทบกวี ตำนาน วิทยาการ ตลอดจนปรัชญาต่างๆ

แล้วยังมีเรื่องราวของมหาสงครามระหว่างเทพเจ้า ผู้ลงมาจากฟ้าอีกด้วยคัมภีร์มหาการตะ รามายณะ และ พระเวศน์ สามมหากาพย์สำคัญทางศาสนาฮินดูคือตำราภูมิปัญญาโบราณแห่งชมพูทวีปเรื่องราวแจ่มชัดชวนติดตามส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและการศึกษาสงครามเทพเจ้าต่างๆ สู้รบกันตลอดเวลาด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือธรรมดามากเรื่องราวส่วนใหญ่เต็มไปด้วยการสู้รบที่มีความยิ่งใหญ่ ซึ่งตำนานในศาสนาหฮินดูนั้นเป็นเรื่องราวระหว่างสงครามของเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์ที่สภาวิทยาศาสตร์อินเดียนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการจำนวนหนึ่งนำเสนอทฤษฏี

ซึ่งเป็นที่ถูกเถียงกันในวงกว้างว่ามหากาพย์ฮินดูโบราณที่มีอายุย้อนไปได้ถึง1,700ปีก่อคริสตกาลมันไม่ใช้แค่นิทานปรัมปราแต่เป็คำบรรยายบุคคลและเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงเทคโนโลยีล้ำยุคที่มีอยู่จริงเมื่อหลายพันปีก่อน  วิทเทนเบิร์ก เยอรมนี ปี1766 นักดาราศาสตร์โยฮันดาเนียลเสนอว่าแผนผังดวงดาวในระบบสุริยะของเรามีรูปแบบที่สอดคล้องกันอยู่ยกเว้นแต่ความผิดปกติประการหนึ่งการกระจานตัวของดวงดาวในระบบสุริยะเป็นปรศนาเสมอมาดูเหมือนว่าพวกมันจะกระจายตัวตามรูปแบบทางคณิตศาสตร์อะไรบางอย่างยกเว้นก็แต่ช่องโหว่ขนาดใหญ่ระหว่างดาวอังคารกับพฤหัส

เมื่อไปดูที่นั่นในวันนี้สิ่งที่จะเห็นก็คือ ดาวเคราะห์น้อยตลอดจนชิ้นส่วนหินจำนวนมหาศาลการค้นพบนี้ ทำให้นักดาราศาสตร์สรุปว่าครั้งหนึ่งต้องเคยมีดวงดาวตั้งอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสและสิ่งที่อยู่ระหว่างช่องว่างนี้ตอนนี้ก็คือแถบดาวเคราะห์น้อยนักวิทยาศาสตร์หลายคนคาดการณ์ว่าดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้คือชิ้นส่วนของโลกที่ถูกทำลายเมื่อหลายพันปีก่อนด้วยการชนกันของดวงดาวแต่นักทฤษฏีมนุษย์อวกาศโบราณเชื่อว่าความพินาศของดาวเคราะห์ที่หายสาบสูญนี้อาจไม่ได้มาจากสาเหตุธรรมชาติ

m5zn_9319645c9643fc1

การเดินทางข้ามเวลามาบอกข้อมูลอนาคตให้อดีตรู้ ขัดแย้งมิติเวลา

คุณเคยมีความคิดอยากจะเดินข้ามเวลาหรือไม่?

ไม่ว่าจะเดินทางข้ามเวลาไปยังอนาคต หรือเดินทางข้ามเวลาไปยังอดีต แน่ว่าคุณอาจจะต้องเคยคิดเรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่มันจะเป็นไปได้จริงๆนั้นเหรอ จิตนาการจากการ์ตูน นิยาย ภาพยนตร์ สิ่งเหล่านั้นก็ยังถือว่าเป็นจิตนาการอยู่ดี ซึ่งตัวคุณก็ทราบดีว่ามันคงเป็นได้ยาก แต่ก็ยังมีอีหลายคนที่มีความเชื่อว่าเรื่องการเดินทางข้ามเวลานั้นสามารถเป็นไปได้ ตามทฤษฎีอควอตัม และทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่ค้นพบเมื่อ 100 ปีก่อน ทฤษฎีทั้งหมดนี้ยังถือว่าเป็นเพียงทฤษฎี เพราะมันยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งมันอาจจะมีทั้งความเป็นไป

และไม่ได้ หลายๆคนเพียงหวังแต่ว่าในอนาคต วิทยาการทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้ามากขึ้น ถึงตอนนั้นมนุษย์เราอาจจะมีไทม์แมทชีนที่จะสามารถใช้ในการเดินทางข้ามเวลาไปยังที่ต่างๆได้ และอย่างที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นมีผู้คนหลายคนนั้นมีความเชื่อว่าการเดินทางนั้นเป็นไปได้ มิติเวลานั้นมีอยู่จริง แน่นอนว่าในทางของวิทยาศาสตร์จะต้องมีข้อสันนิฐานขึ้นมาโต้แย้งอยู่เสมอ ไม่ได้โต้แย้งเพื่อจะบอกว่ามันไม่มีจริง แต่การโต้แย้งเพื่อหาความน่าจะเป็น ข้อเท็จจริง ถ้าหากว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นเป็นไปได้ ซึ่งได้มีผู้ตั้งข้อสงสัยขึ้นมาคือ ข้อขัดแย้งการย้อนเวลา หรือ Time Paradox

และในบทความนี้เราจะยกตัวอย่างของข้อขัดแย้งรูปแบบหนึ่งขึ้นมานั้นก็คือ การนำข้อมูลจากอนาคตมาบอกให้อดีตรู้ อย่างเช่น ตัวคุณนั้นอยู่ในปัจจุบันที่มีวิทยาการทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่งในเวลานั้นได้มีการเปิดตัวไทม์แมทชีนครั้งแรกให้โลกได้รู้ว่านี่คือ สิ่งประดิษฐ์ที่จะสามารถเดินทางข้ามเวลาได้เป็นครั้งแรกของโลก และเมื่อคุณได้ทำการเดินทางข้ามเวลาไปยังอดีต

ไปบอกนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกี่ยวกับข้อมูลของไทม์แมทชีน ก็แปลว่านักวิทยาศาสตร์ในอดีตก็จะสามารถสร้างไทม์แมทชีนขึ้นมาเช่นเดียวกัน ข้อขัดแย้งอันนี้ต้องการจะบอกว่า แล้วสรุป ไทม์แมทชีนเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อตอนไหนกันแน่ ทั้งๆที่โลกที่คุณอยู่นั้นคนที่สร้างไทม์แมทชีนคนนั้น เป็นคนแรกที่สามารถสร้างแมทชีนได้ แล้วการที่คุณเอาข้อมูลไปบอกคนในอดีตแล้วคนในอดีตก็สร้างได้ แล้วย้อนกลับไปบอกคนในอดีตอีกเป็นทอดๆ

หากเป็นเช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร ซึ่งข้อขัดแย้งยังถือว่าหนักแน่นมากเพราะก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบในเรื่องนี้ จึงทำให้มีแนวทางที่ว่าการเดินทางข้ามเวลานั้นเป็นเรื่องไม่จริง และไม่สามารถมีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอนตราบใดที่ยังหาข้อพิสูจน์มาหักล้างข้อขัดแย่งได้

m5zn_9319645c9643fc1

สิ่งของปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ต้อง งง

สิ่งของต่างๆที่ไดถูกการค้นพบของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายที่ต่างก็ยังไม่มีใครบอกได้เลยว่าของชนิดพวกนี้ที่เขาได้ขุดพบเจอนั้นมันมีความเป็นมาอย่างไรและยังสร้างความมึนงงให้เขานักวิทยสศาสตร์เป็นอย่างมากที่ได้ขุดค้นพบสิ่งของที่มีรูปร่างแปลกประหลาดแบบนี้อีกทั้งยังเป็นข้อสงสัยกันมาอย่างยาวนาน

ซากเมืองโบราณลันเททัมโบ

หากแม้ว้าเรานั้นจะเคยเห็นซากที่แตกหักพังมาแล้วมากมายบนโลกของเรา แต่สำหรับซากของเมืองโบราณลันเททัมโบพระราชวังค์ที่เก่าแก่ของเปรูแห่งนี้ต้องบอกเลยว่าเราไม่ควรมองข้ามเด็ดขาดเนื่องจากเพราะว่าความสวยงามที่เราจะต้องยกนิ้วให้แล้วและวิธีการสร้างของที่นี้นั้นมันก็ยังมีสิ่งที่เป็นปริศนาชนิดที่ว่าเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ยังหาคำตอบกันไม่ได้อีกด้วยซึ่งก็อย่างที่ได้เห็นกันอยู่ว่าบนที่เขาสูงชันขนาดนี้แต่ถ้าเป็นในปัจจุบันก็คงจะเป็นรถที่ได้ขนที่ไปกันใช่มั้ยแต่ในสำหรับในยุคโบราณที่ได้ใช้แรงงานคนล้วนๆเขานั้นได้ใช้เทคโนโลยีอะไรกันในการที่ขนหินทั้งใหญ่และมันมีความหนักได้ขนาดนี้

แต่สิ่งที่มันน่าประหลาดใจไปกว่านั้นก็คือหอนในแต่ละก้อนนั้นที่ได้นำมาเรียงต่อกันไม่มีช่องว่างให้เห็นและไม่ได้มีการโบกปูนหรือจะใช้ตะปูใดๆทั้งสิ้นแต่ถึงจะยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์แต่ที่นี้ก็ยังใหญ่กว่าขวางที่เหนือคำบรรยายหากใครที่อยากจะไปสัมผัสบรรยากาศที่นี้แล้วละก็ก็คงจะต้องจองตั๋วไปพิสูจน์กันเอาเองเพราะในตอนนี้สถานที่นี้ก้ได้ขึ้นเป็นชื่อของแหล่งท่องเที่ยวที่สำหรับของประเทศเปรูกันไปแล้วล่ะ

แผ่นจานสามแฉกของซาบู

ถ้าหากจะมองเผินๆคุณก็อาจจะคิดว่ามันเป็นพวงมาลัยรถหรือก็ไม่ใบพัดลมรุ่นเก่าแต่ของบอกเลยว่าของสิ่งนี้นั้นเป็นของเก่าแก่ของอียิปต์โบราณแท้100%เพราะว่ามันได้ทำมาจากหินแล้วนำมาแกะสลักเป็นหน้าตาแบบนี้ต่างหากแต่ถ้าถามว่าสิ่งของนี้มันมีไว้ทำอะไรและมันประดิษฐ์ขึ้นมาได้อย่างไรนักโบราณคดีหรือทางด้านผู้เชี่ยวชาญเองก็ยังไม่รู้เลยแผ่นจานสามแฉกนี้ได้ถูกค้นพบเมื่อปี1936ภายในของหลุมฝังศพ

ซึ่งมันดูยังไงก็ไม่หน้าเชื่อเลยว่าเจ้านี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่3000กว่าปีก่อนคริสตกาลซึ่งในส่วนของแผ่นจานสามแฉกนี้นั้นนมันจะมีสำหรับเอาไว้ใช้อะไรกันแต่ก็ยังมีข้อสันนิษฐานว่ามันอาจจะเป็นต้นแบบของมอเตอร์ไฟฟ้าในสมัยนั้นโดยที่ของจริงอาจจะทำมาจากโลหะก็ได้แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าข้อสันนิษฐานนี้มันจะเป็นจริงหรือไม่แต่ที่แน่ๆฟังชั่นการใช้งานของมันก็ยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ตลอดมา

m5zn_9319645c9643fc1

อนาคตเราจะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้น

แต่เดิมมนุษย์เรานั้นก่อนจะค้นพบแหล่งพลังงานบนโลกได้นั้นก็ถือว่าต้องใช้เวลายาวนานอยู่ไม่น้อย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันที่เราใช้ชีวิตประจำอยู่นี้ก็เพราะแหล่งพลังงานเหล่านั้นทั้งสิ้น แหล่งพลังงานหรือทรัพยากรเหล่านั้นในตอนแรกก็มีมากจนหลายคนคิดว่ามันคงจะใช้ไม่หมดอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากเป็นในเวลาปัจจุบันนี้เราคงต้องอาจจะคิดใหม่ พลังงานเหล่านั้นอาจจะหมดไปได้ ซึ่งปัจจัยหลักๆเลยคือ มนุษย์ มนุษย์นั้นมีสิ่งมีความต้องการสูง ยิ่งยุคสมัยที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาเพิ่มมาขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้มนุษย์เองก็ยังเป็นผู้ที่ทำลายทรัพยากรเหล่านั้นอีกเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันโลกเรากำลังประสบพบเจอกับปัญหาเหล่านั้นอยู่ด้วย รวมไปถึงประชากรโลกที่เพิ่มมากขึ้น จะเห็นได้ชัดว่าในแต่ละประเทศนั้นอยู่ภาวะแออัดของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรบนโลกนั้น จะยิ่งทำให้ทรัพยากรถูกดึงมาใช้เพิ่มมากขึ้นด้วยนั้นเอง ในทางวิทยาศาสตร์เองก็ได้มีการคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่า ทรัพยากรไหนที่ไม่มีวันหมด ทรัพยากรที่มีวันหมด ซึ่งในทรัพยากรที่มีวันหมด จะต้องรักษาเอาไว้ให้มากที่สุด และหาแหล่งทรัพยากรจากที่ใหม่ และได้มีคิดค้นหาแหล่งพลังงานใหม่นั้นก็คือ ดวงอาทิตย์ การทดลองนี้ยังถือว่าไม่เสร็จสมบูรณ์100%

แต่เชื่อว่าในอนาคตพลังงานจากแสงอาทิตย์จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหลายๆด้านทางเทคโนโลยีมากขึ้นอย่าง แผงโซล่าร์เซลล์ จะสามารถเอาชนะแหล่งพลังงานเดิมที่ผลิตจากฟอสซิลได้ ซึ่งแผงโซล่าร์เซลล์นี้จะกลายเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้ โดยนักวิจัยจากทอมสัน ได้ให้ความมั่นใจและแน่ใจว่าเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้นและเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะแผงโซล่าร์เซลล์จะทำการช่วยดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ในวันนั้นฟ้าจะครึ้ม เมฆจะเยอะมากแค่ไหน ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อระบบการทำงาน

รวมไปถึงเรื่องรถยนต์ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ในอนาคตเทคโนโลยีนี้จะทำให้รถยนต์นั้นไม่ต้องการแก๊สหรือน้ำมัน นวัตกรรมรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ เพียงแค่จอดทิ้งเอาไว้กลางที่แจ้ง ให้แสงแดดตกลงมา ก็เท่ากับว่าเป็นการชาร์ตพลังงานให้กับรถได้ขับเคลื่อนได้ ซึ่งเทคโนโลยียังไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ก็ได้มีการคิดค้นและทำการทดลองอยู่อย่างแน่นอน และในอนาคตเองที่วิทยาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น เรื่องนวัตกรรมใหม่อย่างแผงโซล่าร์เซลล์ และรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ก็อาจจะสามารถเกิดขึ้นมาได้ให้มนุษย์เรานั้นได้เห็นอย่างแน่นอน อย่างไรแล้วก็คงต้องติดตามกันต่อไป

m5zn_9319645c9643fc1

ถ้าโลกไม่มีดวงจันทร์โคจร ห่วงโซ่อาหารบนโลกจะล้มเหลว

หลายคนอาจจะมองดวงจันทร์มีความสำคัญต่อโลกอย่างไร ซึ่งบางคนอาจจะทราบดีว่าแสงของดวงจันทร์นั้นไม่ได้เป็นแสงที่เกิดจากตัวของมันเอง แต่มันได้รับแสงมาจากดวงอาทิตย์ เพราะกล่าวถึงตรงนี้ยิ่งสงสัยเข้าไปอีกใช่หรือไม่ เพราะขนาดแสงของมันยังไม่ใช่ของมันเองเลย แล้วมันจะมีความสำคัญต่อโลกอย่างไร มันก็มีแค่ความสวยงามในยามค่ำคืนก็เท่านั้นเอง แต่แท้จริงแล้วดวงจันทร์นั้นมีความสำคัญกับโลกมากเลยๆนะ คุณคงจะเคยเห็นปรากการณ์น้ำขึ้นน้ำลงใช่หรือไม่ นั้นแหละเป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากดวงจันทร์นะ

ซึ่งดวงจันทร์จะมีแรงดึงดูด ถ้าหากไม่มีแรงดึงดูดจากดวงจันทร์ ระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรจะสูงขึ้นมากจนเกิดเป้นคลื่นสึนามิลูกใหญ่ที่มีความรุนแรงพอที่จะทำลายล้างพื้นที่ทั้งหมดของแผ่นดินได้ นั้นเป็นเพราะไม่มีแรงดึงดูดจากดวงจันทร์จึงทำให้น้ำหันมาพึ่งแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์แทน ทั้งนี้ยังมีผลกระทบต่อภูมิอากาศบนโลกอีกด้วย ภูมิอากาศจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด พื้นที่ที่อยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรจะกลายเป็นเขตหนาวทั้งหมด ในทางตรงข้ามของขั้วโลกก็จะกลายเป็นเขตร้อน นั้นเป็นมาจากการที่ไม่มีดวงจันทร์โคจรรอบโลก จึงทำให้แกนโลกเอียงที่ผลต่อภูมิอากาศอย่างแน่นอน

และอีกผลระทบของการไม่มีดวงจันทร์นั้นก็คือ การที่ห่วงโซ่อาหารล้มเหลว อย่างที่ได้กล่าวไปว่าดวงจันทร์มีผลต่อน้ำทะเลในมหาสมุทร ไม่มีได้ผลเสียแค่น้ำเท่านั้น แต่ยังมีผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่ในน้ำอีกด้วย สัตว์ทะเลจะเริ่มลดน้อยลง เพราะสัตว์ทะเลใช้อิทธิพลจากดวงจันทร์ในการหาคู่ หาอาหาร สิ่งมีชีวิตในทะเลที่ว่านี้ยังรวมไปถึงสาหร่ายอีกด้วย การที่สัตว์ทะเลน้อยลง ห่วงโซ่อาหารในโลกนี้ก็จะเริ่มพังไปด้วยเช่นกัน ค่อยๆเปลี่ยนแปลงจนสามารถมาทำลายห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ได้ จนถึงตอนนั้นมนุษย์เราก็จะเจอปัญหาของการขาดแคลนอาหาร

เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปถึงแม้จะเริ่มที่สัตว์น้ำ แต่ก็อย่าลืมว่ามีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่จะขึ้นมาอาศัยอยู่บนบกได้ ถึงอย่างไรมันก็ไม่สามารถอยู่บนบกได้ตลอด และมันก็จะเริ่มน้อยลง ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆตามชนิดของสัตว์ เหตุนี้จึงทำให้ท้ายที่สุดแล้วมีผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในโลก ถึงอย่างไรแล้วการที่โลกจะไม่มีดวงจันทร์โคจรนั้นคงยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้อย่างแน่นอน มันจะต้องใช้เวลาถึงหลายพันล้านปีเลยก็ว่าได้ ในตอนนั้นถ้ายังมีมนุษย์อยู่เชื่อเถอะว่าเทคโนโลยีและวิทยาการทางวิทยาศาสตร์บนโลกอาจจะก้าวหน้า เตรียมพร้อมที่รับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างแน่นอน