m5zn_9319645c9643fc1

ดาวหางบีลา

ท้องฟ้าและดาราจักรนั้นมีเรื่องราวที่เก็บซ้อนเอาไว้มากมาย  บางเรื่องเราสามารถที่จะใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์สืบหาคาวมเป็นจริงได้ แต่บางเรื่องเราเองก้ไม่สามารถที่จะรับรู้ได้เลยว่ามันคืออะไรกันแน่

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ แน่นอนว่าทุกคนรู้จักดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์  หรือแม้แต่ดาวเคราะห์แคระ และอีกดาวชนิดหนึ่งที่หลายๆ คนก็ต้องรู้จักอย่างแน่นอนเมื่อพูดถึงชื่อของมันออกไป ดาวที่ว่านั้นก้คือดาวหางนั้น สำหรับดาวหางมันมีอยู่ทั่วไปในระบบสุริยะของเรา แต่ถ้าหากว่าเราจะมาพูดเรื่องของมันธรรมดาก็คงจะไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน เราจึงจะมาพูดเกี่ยวเรื่องของดาวหางที่หายไป

สำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับดาวหางดวงหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ดาวหางบีลา ในส่วนของดาวหางดวงนี้นั้นได้การถูกค้นพบโดย Jacques Leibax Montaigne นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศษ เมื่อวันที่   8 มีนาคม ปี 1772 และมันก็ไม่มีการถูกค้นพบอีกครั้งโดย  Jean-Louis Pons นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส    อีกท่านหนึ่ง ในปี 1805 และ Wilhelm von Biela นายทหารและนักดาราศาสตรสมัคเล่น ชาวเยอรมันออสเตรีย ในปี 1826

ดาวหางที่มีชื่อว่าบีลาที่ว่านี้มันได้รับการพิจารณาให้เป็นดาวหางที่มีวงโคจรแบบเดียวกันดาวหางที่ได้มีการถูกบันทึกไว้ก่อนหน้า โดย Montaigne และ Pons จนในกระทั้งต่อมาดาวหางบีลานี้ได้โคจรมาให้เราได้เห็นกันอีกคั้งในปี 1832 ปี 1846 และปี 1852 ก่อนที่ดาวหางดวงนี้จะหายไป แต่ก็ยังไม่ได้ชัดเจนว่ามันจะสลายตัวไปเอง

หรือวัตถุบนท้องฟ้าอื่นๆ ได้มีการเปลี่ยนวงโคจรของมัน แต่อย่างไร     ก็ตาม นักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่แล้วมีความเชื่อว่า  มันได้มีการแตกสลายไปเอง และดาวหางที่รู้จักกันในชื่อ 207P NEAT นี้สงสัยว่าเป็นชิ้นส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ของดาวหางบีลา ผู้เขียน Mel Waskin ได้มีการพูดถึงดาวหางบีลาในหนังสือของเขาโดยที่เขาได้มีการอ้างว่าดาวหางบีลา แตกออกไปเป็นดาวหางขนาดเล็ก     สองดวงใน ปี 1845

ซึ่งนักดาราศาสตร์ก็ยังคงได้มีการติดตามชิ้นส่วน  ของมันอีกดวงหนึ่ง ในขณะที่ชิ้นส่วนอีกดวงหนึ่งได้ชนเข้ากับโลกของเรา ในปี 1871 ซึ่งได้ก่อให้เกิดผลกระทบจากไฟไหม้หลายครั้งด้วยกัน อย่างเช่นไฟไหม้ใหญ่ใน ชิคาโก ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม ปี 1871 นี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นเลยก็ว่าได้เพราะ ดาวหางดวงนี้  ได้มีการถูกค้นพบด้วยกับสามครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งคนที่พบ        ก็ยังเป็นคนละคนกันอีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

m5zn_9319645c9643fc1

ดาว R136A1

ในจักรวารที่กว้างใหญ่นั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ซ้อนตัว  จากการค้นหาของเราอยู่ ในส่วนของจักรวารนั้นมีดวงดาวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย บางดวงนั้นมีลักษณะที่แปลกเอามากๆ จนเราไม่อยากจะเชื่อว่ามัน    มีอยู่จริงๆ ในห้วงของอวกาศนั้นมันมีความซับซ้อนเกินกว่า  ที่เราเองจะสามารถทำความเข้าใจในบางเรื่องได้ บางสิ่งบางอย่างต้องอาศัยเวลาในการที่เราจะทำความเข้าใจในเรื่องนั้น

แต่ไม่ว่าจะมีเรื่องรวมที่ซับซ้อนมากมายเกิดขึ้นในจักรวารมากแค่ไหนด้วยความที่มนุษย์ของเรานั้น  มีความอยากรู้อยากเห็นมาก จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ขึ้นม  าเพื่องานต่อการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ถ้าหากเรานั้นจะพูดถึงดาวฤกษ์ที่มีความสว่างในระบบสุริยะของเรานั้น  เชื่อได้เลยว่าสิ่งที่แรกที่ทุกคนมักจะนึ่งถึงก็คงจะเป็นดวงอาทิตย์เป็นแน่แท้ เพราะมันอยู่ใกล้โลกของเรามากที่สุด แต่นอกจากดาวฤกษ์ที่มีสีเหลืองที่ว่านี้แล้ว ยังมีดาวฤกษ์อีกดวงหนึ่งนั้นก็คือ ดวง R136A1 นั้นเอง ถึงแม้ว่าดาวฤกษ์ดวงนี้นั้นจะ  มีอายุที่น้อยกว่าดวงอาทิตย์ของเรา แต่มันกลับมีความสว่างกว่าดวงอาทิตย์มากถึง  8.7 ล้านเท่ากันเลยทีเดียว

หรือก็คือเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์สิจะเป็นดาวเล็กๆ สิบล้านดวง ไม่ใช่ว่ามันมีความสว่างที่มากแล้ว แต่นั้นเป็นความคิดที่ผิดเอามากๆ เพราะนอกจากที่แสงสว่างที่มกแล้วตัวมันเองก็ยังมีขนาดที่ใหญ่มากอีกด้วย รวมตัวกันของดาวที่มีมวลสูงหลายดวงมาอยู่ด้วยกัน อยู่ในบริเวณของดาว R136A1 ภายในเมฆแมกเจลแลนใหญ่ดวงฤกษ์ดวงนี้ 

นั้นมันถูกจัดอยู่ในกลุ่มของดาวฤกษ์มวลมาก บนบริเวณแกนกลางของมันยังมีการทำปฏิกิริยาฟิวชั่นอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย  เพราะเหตุนี้จึงทำให้พื้นผิวของมันมีอุณหภูมิที่สูงมากถึง 55,000 องศาเซลเซียส ถือว่าเป็นอุณหภูมิที่สูงเอามากๆ รวมถึงเผาผลาญอย่างรวดเร็วมันจึงทำให้ดาวดวงนี้มีอายุที่สั้นกว่าปกติมาก และอาจจะจบลงที่การระเบิดอย่างรุนแรงหรือซูปเปอร์โนวาได้ ดาวฤกษ์นั้นมีอยู่มากมายหลายดวงในจักรวารแห่งนี้

ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้มีแค่ดวงอาทิตย์ หรือดาวฤกษ์ดวงนี้ที่เราหยิบยกขึ้นมาพูดเท่านั้น ซึ่งไม่แน่ว่ามันอาจจะมากกว่าถึง 1,000 ดวงเลยก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจักรวารมีอยู่มากมายโดยที่เราเองยังแปลกใจว่าในห้วงของจักรวารแห่งนี้ มันกว้างใหญ่มากแค่ไหนกันแน่ทำไมถึง         มีเรื่องราวเกิดขึ้นได้มากถึงขนาดนี้

 

สนับสนุนโดย   betufa

m5zn_9319645c9643fc1

หมุนดำชนดาวนิวตรอน

คุณคิดว่าเรื่องของดวงดาวนั้นซับซ้อนไหม  แน่นอนว่ามีหลายคนที่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน    เอามาก ๆ เเพราะบางทีเราก้คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไกลตัวของเรามากเกิดไป เรานั้นไม่เหมาะที่จะไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น แต่เรื่องที่เกี่ยวกับดวงดาวต่าง ๆ นั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากและมันก็ไม่ได้เหมาะกับใคร และไม่ได้ไม่เหมาะกับใครอีกด้วย

เพียงแต่ในตอนแรกนั้นเราต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจให้มากหน่อยเท่านั้น มันอาจจะดูเป็นเรื่องที่ยาก แต่ถ้าให้เวลากับมันทำความเข้าใจไปเรื่อย ๆ แน่นอนว่ามมันไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไปอย่างที่เราคิด

หลุมดำ และดาวนิวตรอนนั้นเป็นวัตถุที่อยู่ในอวกาศที่เอง ก็อาจจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ทั้งสองสิ่งนี้เป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจเอามาก ๆ แล้วถ้าหากว่าวันหนึ่งมันเกิดกชนกันขึ้นมาไม่อยากจะนึกเลยว่าแรงระเบิดนั้นมากมายขนาดนั้น สำหรับหลุมดำชนกับดาวนิวตรอนนั้น นี้ถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ต้องรีบบันทึกไว้ เมื่อมีการค้นพบคลื่นโน้มถ่วงที่มีความหนาแน่สูงปริศนา ที่มันให้เกิดคลื่นกระเพื้อมขึ้น ไปในปริภูมิเวลาในอวกาศ   เกิดเป็นรอยย้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้เลย ถึงจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาคืออะไร

แต่พวกเขานั้นเชื่อว่ามันอาจจะเกิดจะการที่หลุมดำปะทะเข้ากับดาวนิวตรอน      อย่างจัง ก่อนที่มันจะกลืนกินดาวผู้น่าสงสารเข้าไป ในส่วนของสถานที่เกิดเหตุนั้นได้มีการคาดการณ์ว่ามันน่าจะอยู่ห่างจากโลกของเราออกไปประมาณ 1,200 ปีแสง ถึงแม้ว่าเครื่องมือได้มีการตรวจจับได้เพียงน้อยนิด และอาจจะมีเปอร์เซ็นที่ผิดพลาด แต่นักดาราศาสตร์ผู้ที่ได้มีการค้นพบ  

พวกเขาก็ยังเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมากอยู่ดี   ที่เหตุการณ์ที่หลุมดำและดาวนิวครอนจะเกิดการชนกัน แม่จะยังไม่มีการออกมาพูดถึงว่ามันมีความเป็นจริงหรือเท็จมากแค่ไหน หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงๆ บอกได้เลยว่าเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ต้องสะเทือนวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์อย่างแน่นอน เพราะมันอาจจะทำให้ปล่อยวัตถุนิวเคลียร์ อย่างเช่นทองคำ แแพลทินัม และก็รวมไปถึงคลื่นต่าง ๆ ออกมาด้วย

 แต่ถ้าหากว่าใครที่กำลังเตรียมตัวรอของดีจากอวกาศอยู่นั้น ขอบอกว่าเป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ เพราะว่ามันคงจะลองลอยออกไปที่อื่นกันหมดก่อนที่จะมาถึงโลกของเราแน่นอน อย่างก็ตามถ้าเรานั้นมัวแต่รอของดีหรือรอว่าทองคำจะตกลงมาตรงหน้า โดยที่ไม่ทำอะไรเลย นั้นก็เป็นเรื่องยากที่คุณนั้นจะรวย เพราะมัวแต่รอโชคดีอยู่ ว่าสิ่งเหล่านั้นจะมาถึงเราเราคงจะรวยไปแล้วหลายรอบ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ufabetcn

m5zn_9319645c9643fc1

เอสเท็น 2016 ไออีที

เชื่อได้เลยว่าหลายคนนั้นไม่ว่าจะทุกข์หรือว่ากำลังมีความสุขอยู่ หรือแม้แต่คิดงานไม่ออก สิ่งที่หลายคนมักจะทำเลยก็คือมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ไม่รู้ว่ามองขึ้นไปแล้วมันจะเจอกับอะไร แต่เมื่อมองขึ้นไปแล้วรู้สึกดีหรือว่าสบายใจแค่นั้นก็พอแล้ว มันไม่จำเป็นของหาเหตุผลอะไรมากมายมาอธิบาย

และเมื่อมองขึ้นไปแล้วบางทีก็เคยสงสัยว่า บนท้องฟ้า หรือในอวกาศที่กว้างใหญ่นั้นมันมีอะไรอีกไหมนอกจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือดาวที่เรานั้นเห็นกันอยู่บ่อย ๆ แน่นอนว่ามันต้องมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ว่านี้มันเรียกว่าอะไรละ เรื่องแบบนี้ก็ต้องลองศึกษากันก่อนถึงจะตอบได้ว่ามันคืออะไรกันแน่

มีหลายสิ่งหลายที่เกิดขึ้นมาบนท้องฟ้า หรือในอวกาศแต่เรายังไม่รู้เท่านั้นเองว่ามันอีกอะไร แต่อย่างพึ่งท้อใจ แล้วก็อย่างพึ่งคิดว่าเราจะรู้ไปทำไมมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราอยู่แล้ว ถึงจะไม่เกี่ยวแต่ถ้าลองศึกษาเพื่อเป็นความรู้ก็ไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน หลายคนจะรู้จักซูปดปอร์โนวาหรือไม่ก็เคยได้ยินผ่านๆ มาบ้าง ซูปเปอร์โนวาที่ว่านี้มันเป็นการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์อย่างเราๆนั้น

จะรู้จัก มันเกิดจากการที่ดาวมวลมากเกิดการระเบิดเมื่อสิ้นสุดอายุขัยของมันตามธรรมชาติ ก่อนที่มันจะหายไปและก่อนตัวขึ้นมาใหม่วนไป แต่ถ้าไม่นี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเหตุการณ์ธรรมดาเกิดไป งั้นเรามาทำความรู้จักกับ เอสเท็น 2016 ไออีทีมันก็คือการระเบิดครั้งใหญ่ มีการว่ากันว่าในการระเบิดทีหนึ่งกินเวลาไปมากถึง800 วันกันเลยทีเดียว หรือก็คือราวๆ 2 ปีกว่าๆ นั้นเองนักดาราศาสตร์ที่ได้มีการค้นพบปรากฏการณ์นี้ก็ยังคงงงเป็นไก่ตาแตก

เนื่องจากว่ามันได้ก่อนตัวขึ้้นที่ดาราจักรแคระที่มีมีดาวเพียงไม่กี่ล้านดวงเท่านั้น นอกจากนี้มันยังอยู่ห่างจากใจกลางของกาแล็กซี่ของจัวเองเป็นอย่างมาก มันอยู่ไกลถึง 54,000 กันเลยทีเดียว ด้วยความที่ยังไงมันก็ไม่น่าจะมีมวลที่มากพอที่จะทำให้มันขยายไซต์จนมันมีมวลที่มากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 200 เท่า

ในส่วนของการรระเบิดรุนแรงทะลุอวกาศที่เห็นนั้น สันนิษฐานได้ว่ามันอาจจะเกิดจากการชนกันของสเก็ตตอนที่ระเบิดออกมาจึงได้กินเวลานาน และสว่างกว่าปกติก็เป็นไปได้ แต่ก็เป็นความโชคดีของโลกเราที่อยู่ไกลมากๆ ไม่อย่างนั้นโลกของเราคงจะโดนพัดระเดนไปถึงไหนต่อไหนเป็นแน่ 

จากการที่ได้มีการค้นพบเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้ ถือว่าเป็นการค้นพบที่เปลกมันและไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในอวกาศ  ถ้าหากว่าใครไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ถือว่าพลาดเอามาก เพราะไม่บ่อยครั้งนัก ที่เราจะได้ค้นพบปรากฏการณ์แบบนี้

 

สนับสนุนโดย     ีดฟิำะ

m5zn_9319645c9643fc1

ดวงจันทร์ดวงใหม่ของโลก

อย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าโลกของเรามีดวงจันทร์บริวารเพียงแค่หนึ่งดวงเท่านั้น ซึ่งจะแตกต่างจากดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ที่เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเหมือนกันกับโลกของเราแต่พวกมันนั้นกลับมีดวงจันทร์บริวารที่มากกว่าโลกของเราหลายเท่าเลยทีเดียว และดวงจันทร์บริวารของพวกมันแต่ละดวงก็ยังมีลักษณะที่แตกต่างกันอีกด้วย ซึ่งนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเอามากๆ

ดวงจันทร์ทุกดวงนั้นจะไม่มีแสดงสว่างในตัวเอง แต่ที่เรามองเห็นจากโลกได้นั้นก็เพราะว่ามีแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์นั้นอาจจะมีหลายดวงได้ และต้องมีมาแต่ดั้งเดิม ก่อกำเนิดขึ้นโดยธรรมชาติ บางครรั้งอาจจะเรียกการค้นพบดาวบริวารว่าดวงจันทร์ แต่แท้ที่จริงแล้วคำว่า MOON มีความหมายแสดงถึงดาวบริวารของโลกโดยตรง แต่ให้ถือว่าดาวบริวารหรือว่าดวงจันทร์เป็นวัตถุประเภทเดียวกัน

ดาวบริวารในระบบสุริยะของเรานั้นมีความแตกต่างกันทั้งขนาด และสีสันของพื้นผิว นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างกันในเรื่องของสภาพแวดล้อมของชั้นบรรยากาศ สำหรับดดวงจัทร์บริวารของดาวเคราะห์แต่ละดวงนั้นก็มีจำนวนที่แตกต่างกันไป ซึ่งอย่างที่เรานั้นรู้ๆ กันดีว่าดลกของเรามีดวงจันทร์เพียงแค่ดวงเดียวเท่านั้น แต่อยู่ๆ โลกแห่งนี้กลับมีดวงจันทร์เพิ่มมาอีกหนึ่งดวงโดยที่เราเองก็ไม่รู้มาก่อน

ซึ่งมันมีมาสามปีแล้วจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย ถ้าหากว่านักดาราศาสตร์ไม่สังเกตเห็นดาวเคราะห์น้อยขนาดประมาณรถเก๋งขันหนึ่ง แต่มันก็แค่แวะมาชั่วคราว เพราะว่าวงโคจรของมันไม่มีความมั้นคง Mini Moon ขนาดเท่ารถเก๋งที่ได้กลายมาเป็นบริวารของโลกนี้ มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางกราวๆ 1.9-3.5 Meters มันถูกพบเมื่อวันที่15 กุมภาพันธ์ ปี 2020 ที่ผ่านมา

ซึ่งเป้นการค้นพบที่ใหม่เอามากๆ มินิมูนที่ว่านี้คือดาวเคราะห์น้อย 2020 CD3 ซึ่งมันเป็นดวงจันทร์ชั่วคราวดวงใหฒ่ของโลกของเรา โดยที่นักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบคาดว่า มันน่าจะเป็นดาวเคราะห์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นดาวเคราะห์โดยทั่วๆ ไปที่พบได้ถึง15% สำหรับการค้นพบครั้งนี้นั้นถือว่าเป็นข่าวใหญ่พอสมควร เพราะมีไม่บ่อยครั้งนักที่เรานั้นจะสามารถค้นพบเหตุการณ์แบบนี้ได้ 

แต่อย่างไรก็ตามมินิมูนที่ว่านี้ ซึ่งเรารู้กันดีว่ามันมีวงโคจรที่ไม่แน่นอน และอาจจะโคจรอญุ่รอบโลกของเราได้อีกไม่นานมากนัก และสุดท้ายนี้นักดาราศาสตร์ไม่ได้จัดให้มินิมูนเป็นบริวารของโลกอย่างถาวร แต่พวกเขาจัดให้มันอยู่เป็นบริวารของโลกเพียวชั่วคราวเท่านั้น สำหรับการค้นพบในคร้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเอามากๆ และน่าจะเป็นแนวทางของการที่จะนำข้อมูลเพื่อไปศึกษาต่อได้ดีเลยทีเดียว

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

m5zn_9319645c9643fc1

สิ่งมีชีวิตที่มีพื้นฐานเป็นแบบผสม

ในยุคสมัยปัจจุบันนี้หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกันดีกับคำว่าลูกครึ่ง  สำหรับลูกครึ่งนั้นเป็นลูกที่เกิดจากพ่อแม่เป็นคน คนละประเทศกันเมื่อแต่งงานแล้วมีลูก  คนทั่วไปจะเรียกลูกของพวกเขาว่าเป็นลูกครึ่ง  ในสมัยนี้โลกของเรานั้นได้เปลี่ยนแปลงไปมากมาย  จนบางทีเราเองของยังตามมันไม่ทันเลยด้วยซ้ำ เช่นเดียวกันกับที่มีลูกครึ่งเกิดขึ้นมากมายในสมัยนี้

เพราะการเดินทางและการติดต่อสื่สารกันในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องที่ง่ายเอามากๆ ไม่เหมือนกับสมัยก่อน กว่าจะได้เจอกันกว่าจะได้ติดต่อกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ เลยก็ว่าได้

ถ้าหากว่าสิ่งมีชีวิตนั้นสามารถมีวิวัฒนาการ  ได้โดยใช้พื้นที่มีความแตกต่างไปจากเดิมของสิ่งมีชีวิตบนโลก แล้วทำไมสิ่งมีชีวิตนอกโลกจะไม่สามารถมีชีวิตได้โดยการที่รวมเอาหลายๆ วิธีเข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่นชีวิตอาจจะมีพื้นฐานมาจาก ซิลิคอน มีองค์ประกอบของคาร์บอน หรือว่าสารหนู และใช้แอมโมเนียเป็นตัวทำละลายเป็นต้น ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่ารูปแบบของสิ่งมีชีวิตบางสิ่งชีวิตบนโลกนั้น

ได้มีการรวมโครงสร้างของ ซิลิคอนไว้ในเซลล์ของพวกมัน ซึ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้พวกมันได้ก้าวไปอีกขั้น สำหรับสิ่งมีชีวิตที่มีพื้นฐานเป็นแบบผสม หรือแบบไฮบริด เหล่านี้นั้นได้มีการวิวัฒนาการบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่อยู่นอกโลกของเราที่ได้มีองค์ประกอบหลายอย่างที่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งสามารถที่จะนำมาใช้ในกระบวนการของชีวิตได้

  ทำไมพวกมันจะไม่ลองเอาสองสิ่งนี้มารวมกันเพื่อที่จะเป็นองค์ประกอบพื้นฐานใหม่ทั้งหมดของการมีชีวิตอยู่ ซิลิคอนกันคาร์บอนนั้นสามารถที่จะเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้ และก็รวมไปถึงซิลิคอนกับออกซิเจน  คาร์บอนกับออกซิเจน แล้วสุดท้ายก็คือซิลิคอนกับฟูออไรต์ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าโมเลกุลเหล่านี้จะมีการทำปฏิกิริยาและสร้างโซ่ที่ซับซ้อนขึ้นมา ซึ่งจะเก็บและส่งข้อมูลในลักษณะที่ค้ายกันกับ DNA

สิ่งที่ว่านี้สามารถเกิดขึ้นได้หากว่าดาวเคราะห์ดังกล่าวมีชีวะมลฑณ ระบบปิดที่มีการปรับสมดุลตัวเองให้เกิดระบบนิเวณ และแน่นอนว่าชีวะมลฑณดังกล่าวก็มีส่วนย่อยของสิ่งมีชีวิตที่ใช้องค์ประกอบเช่นคาร์บอนเป็นฐานของมัน และอีกเซ็ตย่อยหนึ่งก็จะใช้องค์ประกอบที่แตกต่างกัน เช่น ซิลิคอน โดยองค์ประกอบฐานบนดาวเคราะห์ที่แตกต่างกันนี้ มันก็อาจจะเป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุด

สำหรับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตแบบไฮบริดนอกโลกของเรา  อย่างไรก็ตามโลกของเรานั้นสิ่งที่จำเป็นก็คือน้ำ อาหาร และก็อากาศอยู่วันยังค่ำ เพราะทุกสิ่งที่เราค้นพบ มีความเกี่ยวข้องกับ โมเลกุลของน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก เสมอ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

m5zn_9319645c9643fc1

สิ่งมีชีวิตที่มิลิคอนเป็นพื้นฐาน

คุณว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกของเราที่เคยเกิดขึ้นมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงมาถึงในปัจจุบันที่เป็นอยู่นี้ คุณว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์หรือเปล่า แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่บางทีเราเอง   ก็ยังไม่อยากที่จะเชื่อว่าโลกของเรานั้นจจะดำเนินมาไกลมากแล้ว แต่ถึงแม้ว่าโลกของเรานั้นจะดำเนิดมาไกลแค่ไหนแต่ว่าชีวิตที่ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมายังโลกของเราก็ยังคงดำรงชีวิตความเป็นอยู่ของพวกมันต่อไป

ซิลิคอนนั้นเรารู้จักมันดีว่ามันเป็น   ธาตุชนิดหนึ่งในตารางธาตุซึ่งซิลิคอนที่ว่านี้เป็นธาตุกึ่งโลหะ โดยซิลิคอนที่ว่านี้มีโครงสร้างและสมบัติทางเคมีคล้ายคลึงกับ คุณสมบัติของคาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่บนโลกของเรา ส่วนสำคัญของชีวิตที่เรานั้นเองก้รู้ว่ามันคือความสามารถของคาร์บอนเองในการสร้างโซ่ที่ซับซ้อนของอะตอม และก็รวมไปถึงโมเลกุลที่มีขนาดใหญ่พอ

ที่จะสามารถทำให้มันเกิดโปรแกรมทางชีวะวิทยาที่เราจะเรียกมันว่า DNA ในส่วนของซิลิคอนนั้นได้ใช้กันโดยทั่วไปอย่างในชิปของคอมพิวเตอร์ และสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มนุษย์อย่างเราๆ ได้เคยออกแบบมาเกี่ยวกับระบบอัจฉริยะปํญญาประดิษฐ์ ซึ่งในสถานะที่เหมาะสมมันมีศักยภาพในการสร้าง DNA ได้ ซึ่งก็จะเป็น DNA ในแบบที่เป็นของมันเอง และนอกจากนี้ยังมีตัวอย่างบนโลกของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้ใช้เพียงแค่คาร์บอน

แต่มันยังได้ใช้ซิลิคอนในกระบวนการโครงสร้างทางชีวภาพ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตในรูปแบบที่เป็นสาหร่าย ที่จะถูกเรียกว่า DIDTOMS ซึ่งในแต่ละปีนั้นพวกมันได้มีการใช้ซิลิคอนมากถึง 6 พันล้านเมตรกริตัน ของโลกซึ่งนั้นเป็นการทำให้สาหร่ายเหล่านี้สามารถผลิตออกซิเจนได้มากถึง 20% บนโลกของเรา และผลที่ตามมาก็คือความเป็นไปได้ที่ซิลิคอนอาจจะมีอยู่ในช่วงเริ่มต้นของดาวเคราะห์ในจักรวารแห่งนี้

สิ่งนี้จะช่วยให้ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่นอกเหนือจากโลกสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยายกาศให้เต็มไปด้วยออกซิเจน และนั้น   ก็จะทำให้ดาวเคราะห์เหล่านี้จะพร้อมสำหรับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่ก้าวหน้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แต่สุดท้ายนี้ได้ว่าอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าดาวเคราะห์ต่างๆ ที่อยู่ในจักรวารจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยายกาศหรือไม่ แต่อย่างไรความจริงก็มีอยู่ว่าเรานั้นคงจะไม่ได้อยู่ดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเหล่านั้นอย่างแน่นอน เพราะแบบนี้เราจึงต้องทำปัจจุบันที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ยากมากที่ในช่วงชีวิตใน 1 รอบของการเกิดขึ้นของมนุษย์จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของจักรวาร ที่มีการเปลี่ยนผลันไปได้ตลอด การเดินทางของโลกใน 1 รอบ ยังมีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกัน ดังนั่น เราต้องทำวันนี้ให้อยู่ในความเป็นจริงมากที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

m5zn_9319645c9643fc1

แกนีมีด

คุณว่าความลับนั้นมีในโลกไหม แน่นอนว่าทุกคนจะต้องเคยได้ยินคำนี้อย่างแน่นอน “ความลับไม่มีในโลก” แน่นอนว่าคำคำนี้นั้นสามารถใช้ได้จริงบนโลกของเรา แล้วที่ไหนละที่ไม่สามารถใช้คำนี้ได้ คุณคงจะเคยได้ยินคำว่าจักรวารใช่ไหมแน่นอนหากคุณเคยศึกษาเกี่ยวกับจักรวารคุณจะรู้ว่ามันกว้างใหญ่แค่ไหน

และความที่มันนั้นกว้างใหญ่จนที่ในตอนนี้เรามีเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวลำไปไกลมากแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะสำรวจจักรวารที่ว่าน้ำได้ทั้งหมด เป็นแบบนี้เราจึงบอกว่าความลับไม่มีในโลก แต่มีในจักรวาร

อย่าที่เรานั้นทราบกันดีว่าจักรวารนั้นรวมเอาสิ่งต่างๆ เอาไว้มากมาย บางสิ่งบางอย่างค้นพบได้โดยง่ายดาย แต่บางสิ่งบางอย่างนั้นก็ต้องใช้เวลาเป้นอย่างมากในการที่จะศึกษาและทำการค้นหา เรื่องราวต่างๆ   ที่ได้มีการค้นพบบนจักรวาร   ตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบันเป็นอะไรที่น่าสนใจและน่าลองศึกษาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับระบบสุริยะ และโลกของเราเองก็เป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบแห่งนี้ด้วย อย่างที่เราทราบกับโลกนั้นมรบริวารเพียงดวงเดียวนั้นก็คือดวงจันทร์

แต่โลกของเราไม่ใช่ดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบที่มีดวงจันทร์บริวาร แต่ดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ก็มีเช่นเดียวกัน แกนีมีด เป็นหนึ่งในดวงจันทร์บริวารทั้งหมดของดาวพฤหัสบดี ที่เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา มันมีขนาดที่ใหญ่กว่าดาวพุธและดาวพูลโต ที่เป็นดาวเคราะห์และดาวเคราะห์แคระด้วยซ้ำ พื้นผิวของมันมี 2 แบบที่ต่างกัน บริเวณที่เป็นสีมืดคล้ำเต็มไปด้วยหลุมอุกาบาตรกินพื้นที่ 1 ในสาม ส่วนที่เหลือจะสว่างกว่ามีรองสันเนินตัดขวางไปมา เป็นดวงจันทร์ดวงเดียวที่มีสนามแม่เหล็ก ซึ่งอาจเกิดจากการไหลเวียนของเหล็กเหลวในแกนกลาง 

มีมหาสมุทรซ้อนอยู่ลึกใต้ผิว ที่เป็นหินและน้ำแข้ง แกนีมีด เป็นอีกแห่งหนึ่งที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ดวงจันทร์บริวารดวงนี้ไม่ได้เป็นดวงเดียวที่ได้มีการคาดการณ์ว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เพราะยังมีดวงจันทร์บริวารอีกหลายดวงที่ได้มีการคาดการณ์ว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิต 

สุดท้ายนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งต่างที่เรานั้นได้มีการค้นพบเกี่ยวกับดวงจันทร์บริวารต่างๆ มากมาย แต่ละดวงนั้นมีสิ่งที่ทำให้เราเองก็ยังคงแปลกใจไม่หายว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ธรรมชาติได้มีการสร้างขึ้นมาจริงๆ หรือ เพราะมันเป็นอะไรท่าถ้าไม่ได้ศึกษาเองกับตัวก็จะไม่รู้เลยว่ามีหลายอย่างที่เรายังไม่รับรู้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน

m5zn_9319645c9643fc1

รู้จักกับฉี เซงลี่มนุษย์ค้างคาวหญิงของจีน

ฉี เซงลี่ นักไวรัสสาววิทยาที่ใช้อู่ฮั่นระบุว่ามีไวรัสซาร์สที่มีอันตรายถึงตายหลายสิบตัวในถ้ำค้างคาวและเธอเตือนว่ายังมีสิ่งอื่นอีก

ตัวอย่างผู้ป่วยลึกลับมาถึงสถาบันไวรัสวิทยาหวู่ฮั่น เวลา 19.00 ในวันที่ 30 ธันวาคม 2019 ผู้อำนวยการสถาบัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคหวู่ฮั่นตรวจพบเชื้อ coronavirus ในผู้ป่วยในโรงพยาบาลสองรายที่ป่วยด้วยโรคปอดบวมผิดปกติ 

หากการค้นพบได้รับการยืนยันเชื้อโรคตัวใหม่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง – เพราะมันเป็นของครอบครัวเดียวกันของไวรัสที่มีค้างคาวเป็นพาหะ เกือบ 800 ตัวระหว่างปี 2002 และ 2003

ฉีนักไวรัสวิทยาที่มีฉายาว่า มนุษย์ค้างคาวสาว ของจีนโดยเพื่อนร่วมงานของเธอเนื่องจากการเดินทางล่าสัตว์ในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ฉีกล่าวว่า ฉันไม่เคยคาดหวังสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในหวู่ฮั่นในประเทศจีนตอนกลาง การศึกษาของเธอแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ทางตอนใต้เขตกึ่งร้อนของมณฑลกวางตุ้ง, กวางสีและยูนนานมีความเสี่ยงมากที่สุดในการติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่แพร่เข้าสู่มนุษย์จากสัตว์โดยเฉพาะค้างคาวซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บไวรัสจำนวนมาก 

ในขณะที่ทีมของ ฉี ที่สถาบัน Chinese Academy of Sciences เปิดเผยถึงต้นกำเนิดของการแพร่กระจายโรคลึกลับลึกลับแพร่กระจายเหมือนไฟป่า อย่างในตอนที่เผยแพร่นี้มีผู้ติดเชื้อประมาณ 81,000 คนในประเทศจีน จากจำนวนนั้นร้อยละ 84 อาศัยอยู่ในจังหวัดหูเป่ยซึ่งหวู่ฮั่นเป็นเมืองหลวงและกว่า 3,100 คนเสียชีวิต นอกประเทศจีนมีประชาชนประมาณ 41,000 คนในกว่า 100 ประเทศและดินแดนในทุกทวีปยกเว้นทวีปแอนตาร์กติกาติดไวรัสสายพันธ์ใหม่แบบนี้และมากกว่า 1,200 คนเสียชีวิต

การแพร่ระบาดเป็นหนึ่งในสิ่งเลวร้ายที่สุดที่จะทำให้โลกต้องทุกข์ทรมานในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เตือนมานานแล้วว่าอัตราการเกิดโรคติดเชื้อแบบใหม่กำลังเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่มีความหนาแน่นของคนและสัตว์สูงขึ้น

เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องระบุแหล่งที่มาของการติดเชื้อและการแพร่กระจายของสายพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ปีเตอร์ ดาซัสนักนิเวศวิทยา ประธาน EcoHealth Alliance ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยที่ไม่แสวงหาผลกำไรในนครนิวยอร์กซึ่งร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ฉี โลกที่ค้นพบไวรัสใหม่ในสัตว์ป่า 

ในปี 2004 เธอได้เข้าร่วมทีมนักวิจัยนานาชาติเพื่อรวบรวมตัวอย่างจากค้างคาวในถ้ำใกล้กับหนานหนิง เมืองหลวงของกวางสี มีเสาหินปูนขนาดใหญ่อุดม เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

ฉีและเพื่อนร่วมงานของเธอมักจะได้รับคำแนะนำจากชาวบ้านในท้องถิ่นต้องขึ้นเขาเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวนั้น สถานการณ์แพร่กระจายไวรัส covid-19 ของจีนเริ่มทรงตัวและดูเหมือนว่าทางการจีนจะระงับอาการนี้ได้แล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

m5zn_9319645c9643fc1

โลกหยุดหมุนมาพร้อมสึนามิ

โดยปกติแล้วอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าโลกของเรานั้นในระบบสุริยะจักรวาล ดาวทุกดวงรวมดาวโลกที่เราอาศัยอยู่ด้วยนั้นจะต้องโคจรหมุนรอบดวงอาทิตย์กันทั้งหมด โดยเฉพาะโลกของเราที่ไม่ได้มีเพียงแค่การมีเพียงแค่การโคจรหมุนรอบดวงอาทิตย์เท่านั้น แต่โลกของเรายังจะหมุนรอบตัวเองอีกด้วย การหมุนรอบตัวเองของโลกนั้นมีผลต่อเรื่อง เวลา โดยตรง ซึ่งจะเชื่อมโยงกับเรื่องของสนามแม่เหล็กอีกด้วย

และประกฎการณ์อื่นๆ หากพูดถึงเวลาแล้วนั้นขอยกตัวอย่างสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเวลา นั้นก็คือเครื่องบิน ถ้าเวลามีการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกในขณะที่เครื่องบินกำลังขึ้นสู่น่านฟ้าหรือกำลังลงจนบนพื้นดิน ถ้าเวลามีการเปลี่ยนก็จะเกิดปัญหาที่ระบบของเครื่องบิน รวมกันกับที่ได้กล่าวไปในเรื่องของสนามแม่เหล็กมีปัญหา ไม่สามารถนำเครื่องลงจอดได้ และอาจจะก่อให้โศกนาฏกรรมได้อีกด้วย

ในส่วนของประกฏการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นเมื่อโลกหยุดหมุนรอบตัวเองก็อย่างเช่น สภาพอากาศ ฤดู เป็นต้น นอกจากนี้แล้วการที่โลกหยุดหมุนจะทำให้ทุกอย่างบนโลกลอยขึ้นสู่อากาศ และเกิดแรงเหวี่ยงที่รุนแรงอย่างมากอีกด้วย และนั้นก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อโลกเป็นอย่างมาก ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึงการเกิดสึนามิ ที่สาเหตุมาจากการที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเอง โดยปกติแล้วสึนามิที่เกิดขึ้นหลายครั้งบนโลกของเราที่ผ่านมานั้น มักจะเกิดขึ้นจากการทฤษฎีต่างๆอย่างเช่น แผ่นดินใต้น้ำมีการเคลื่อนไหว

การเกิดแผ่นดินไหวใต้น้ำ หรือแผ่นติดใต้น้ำกำลังแยก จึงทำให้เกิดสึนามิขึ้น และในการสึนามิจะเกิดขึ้นจากการที่โลกหยุดหมุนรอบตัวเองนั้น ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่านี่เป็นเพียงสันนิฐานขององค์กร NASA เท่านั้น ยังไม่มีการพิสูจน์ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่แต่อย่างใด การที่จะเกิดคลื่นยักษ์สึนามินั้นไม่ได้เกิดจากการที่แผ่นดินใต้น้ำมีปัญหา แต่เพราะว่าโลกหยุดหมุน พลังงานในโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

เนื่องจากพลังงานบางอย่างจะหยุดการทำงานทำให้โลกขาดแคลนพลังงานส่วนนั้นไป จึงมีผลทำให้น้ำในทะเล ทำในมหาสมุทรมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยนั้นเอง และหากพื้นที่ใดที่อยู่ไกลกกับทะเลมากที่สุดก็จะได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่งจะก่อให้เกิดศูนย์เสียอย่างมากเลยทีเดียว แต่อย่างไรแล้วอย่างที่ได้กล่าวไปว่าทฤษฎีนี้ก็ยังเป็นเพียงข้อสันนิฐานเท่านั้น

หรือถ้าหากว่ามันจะเป็นจริงก็คงจะเกิดขึ้นในอีกหลายล้านพันปีข้างหน้า จนถึงตอนนั้นพัฒนาการทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ของมนุษย์เราอาจจะสามารถสร้างสิ่งที่จะพร้อมเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ไว้แล้วก็เป็นไปได้

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   จีคลับ เล่นออนไลน์